เมื่อโลกเข้าสู่ “สงครามเงินทุน” Ray Dalio มอง “ทองคำ” ปลอดภัยที่สุด แนะเลิกเปรียบเทียบกับ “บิตคอยน์”

เมื่อโลกเข้าสู่ “สงครามเงินทุน” Ray Dalio มอง “ทองคำ” ปลอดภัยที่สุด แนะเลิกเปรียบเทียบกับ “บิตคอยน์”

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

11 March 2026

ต้องยอมรับว่าโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยสงครามและความขัดแย้งในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หรือความตึงเครียดเรื่องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ ไปจนถึงสงครามการค้าและการขึ้นกำแพงภาษีที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก

เมื่อไม่นานมานี้ หากพูดถึงสงครามรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นและน่าจับตามองว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป คือการที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ “สงครามเงินทุน(Capital Wars)” ซึ่งเป็นคำกล่าวเตือนของ Ray Dalio มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates

โดย Dalio ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เมื่อครั้งไปร่วมงานสัมมนา World Governments Summit ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าโลกของเรากำลังอยู่บนปากเหวของ “สงครามเงินทุน”

สงครามเงินทุน หรือ Capital Wars คืออะไร?

สงครามเงินทุน หรือ Capital Wars คือภาวะที่ "เงินทุน" ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในการห้ำหั่นกัน เช่น การใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้า, การปิดกั้นการเข้าถึงตลาดทุน, การใช้การเป็นเจ้าของหนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง, ไปจนถึงการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการควบคุมเงินทุน

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการลงทุน คือ ตลาดการเงินจะเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก จะเกิดความ "ไม่ไว้วางใจกัน" ระหว่างประเทศ ทำให้นักลงทุนมักจะหลีกเลี่ยงการถือครองหนี้ของกันและกัน (ถือพันธบัตร) และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบการเงินโลก

Dalio ได้ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางความตึงเครียดเหล่านี้ ทองคำคือแหล่งเก็บรักษามูลค่าชั้นยอด และเป็น "สินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับและปลอดภัยที่สุด"

มุมมองเปรียบเทียบระหว่าง "ทองคำ" กับ "บิตคอยน์"

เมื่อต้องเทียบระหว่างทองคำกับบิตคอยน์ (Bitcoin) Dalio มีมุมมองที่ชัดเจนโดยเขากล่าวว่า "ทองคำมีเพียงหนึ่งเดียว" และมองว่านักลงทุนควรเลิกเปรียบเทียบบิตคอยน์กับทองคำได้แล้ว

ขาไม่คิดว่าบิตคอยน์จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือเป็นคู่แข่งของทองคำได้ โดยในการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ All In เขาได้ให้เหตุผลหลักไว้ คือ เขาไม่เชื่อว่าธนาคารกลางจะต้องการซื้อหรือถือครองบิตคอยน์ในรูปแบบเดียวกับที่พวกเขาทำกับทองคำ และบิตคอยน์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) อย่างแท้จริง และเมื่อนักลงทุนตกอยู่ภายใต้สภาวะกดดัน พวกเขามีแนวโน้มที่จะเทขายบิตคอยน์ทิ้ง และหันไปทุ่มน้ำหนักให้กับการซื้อทองคำแทน

ทั้งนี้ เขาแนะนำว่านักลงทุนควรมีทองคำในสัดส่วน 5% ถึง 15% ของพอร์ตการลงทุน เพื่อเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยงในยามที่เกิดวิกฤต เพราะทองคำมักจะทำผลงานได้ดีในขณะที่สินทรัพย์อื่นๆ ย่ำแย่ นอกจากนี้ เขายังเตือนว่าบุคคล บริษัท หรือประเทศต่างๆ ควรจะกังวลว่าตนเองมีทองคำเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากมีสัดส่วนในพอร์ตน้อยกว่า 5% คำตอบก็คือ "ยังไม่พอ" อย่างแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save