วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 170.354 ล้านหุ้น และเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ผลประกอบการ ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 5,339.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,425.71 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1,101.51 ล้านบาท เป็น 1,218.75 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 2,762.52 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 597.98 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 2,370.39 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 568.09 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่ตัวเลขกำไรที่โตต่อเนื่อง แต่เป็นนโยบายอัตราการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
อัตราการจ่ายปันผล 40% (Payout Ratio) ถือเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพราะปกติแล้วธุรกิจที่ยังเติบโตแรง มักเลือกเก็บกำไรไว้ลงทุนต่อมากกว่าจ่ายคืนผู้ถือหุ้น
การที่บริษัทกล้าล็อกตัวเลขขั้นต่ำไว้สูงขนาดนี้ สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายบริหารมั่นใจใน “กระแสเงินสด” ของธุรกิจ และมองว่าการขยายสาขายังสามารถทำควบคู่ไปกับการดูแลผู้ถือหุ้นได้
เพราะทาง EVEANDBOY เองก็มีแผนขยายสาขารวมเป็น 320 สาขาภายในปี 2574 ทั้งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดหัวเมืองต่างๆ
ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุน IPO ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ขยายสาขา และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อสินค้า ขณะที่ยังคงเดินหน้าตามนโยบายปันผลขั้นต่ำ 40% ไปพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนที่มองหาทางเลือกบริษัท ที่มีนโยบายอัตราการจ่ายปันผลขั้นต่ำ 40% ของกำไรสุทธิ ที่มาพร้อมกับธุรกิจที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 และยังมีแผนขยายตัวชัดเจน ถือเป็นจุดที่ควรพิจารณาศึกษารายละเอียดต่อไป ก่อนที่ราคาเสนอขาย และงบการเงินฉบับเต็มจะถูกเปิดเผยออกมา
แน่นอนว่านโยบายปันผลที่ระบุไว้ เป็นเพียง "กรอบขั้นต่ำ" ไม่ใช่ "การการันตี" เพราะการจ่ายจริงในแต่ละปียังขึ้นอยู่กับผลประกอบการ แผนการลงทุน ภาระผูกพันทางกฎหมาย และดุลยพินิจของคณะกรรมการบริษัทในปีนั้นๆ นักลงทุนทุกท่านยังต้องติดตามงบการเงิน และเงื่อนไขการเสนอขายอย่างใกล้ชิดต่อไป ก่อนตัดสินใจ
สุดท้ายแล้ว ตัวเลข 40% ที่ปรากฏอยู่ในไฟลิ่งวันนี้ อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะการลงทุนที่ดีที่สุด มักมาจากการอ่านรายละเอียดให้ครบ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ดูดีเพียงอย่างเดียว
***บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูล และวิเคราะห์เชิงลึกเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ***
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...

จ่ายเบี้ยประกันให้ “คนในครอบครัว” ใช้ลดหย่อนภาษีได้ ทั้ง ...
เวลาพูดถึงการลดหย่อนภาษี หลายคนมักนึกถึงเบี้ยประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพของ “ตัวเอง” เป...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

