
ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพัง” โครงสร้าง ตระกูลจิราธิวัฒน์ ตอนนี้รุ่น 4 เริ่มมีบทบาท
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้ชีวิตสบายบนความสำเร็จเดิม และรุ่นหลานที่ไม่เคยผ่านความยากลำบากมาก่อน กลับเป็นคนที่ทำทุกอย่างพังลงในมือตัวเอง
คนในวงการธุรกิจครอบครัวเรียกสิ่งนี้ว่า "คำสาป 3 รุ่น" และสิ่งที่น่ากลัวคือ มันเป็นสถิติที่เกิดขึ้นจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั่วโลก
ข้อมูลจาก Family Business Institute ในสหรัฐฯ ระบุว่า ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกมีเพียงประมาณ 30% เท่านั้นที่ไปรอดถึงรุ่นที่ 2 และลดลงเหลือเพียง 12% ในรุ่นที่ 3 ส่วนธุรกิจที่ไปถึงรุ่นที่ 4 ได้นั้น เหลือเพียงแค่ 3% เท่านั้น
และงานวิจัยด้านธุรกิจครอบครัวจากหลายสถาบันชี้ตรงกันว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวล่มสลาย ไม่ใช่เพราะขาดเงินทุน หรือขาดโอกาสทางธุรกิจ แต่เป็นเพราะ "ความขัดแย้งภายในครอบครัว" ที่ไม่มีระบบมารองรับ
แต่ตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของอาณาจักร Central Group กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่ตระกูล ที่เอาชนะคำสาปนี้มาได้ ตอนนี้ธุรกิจกำลังถูกส่งต่อมาถึงทายาทรุ่นที่ 4 แล้ว
เลยเกิดเป็นคำถามว่า ตระกูลจิราธิวัฒน์ เอาชนะคำสาปนี้ได้ยังไง?
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เมื่อคุณวันชัย จิราธิวัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 2 มองเห็นว่าการบริหารแบบกงสีที่เคยใช้กันมา อาจไปต่อไม่ได้ในโลกธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน
คุณวันชัยใช้เวลานานถึง 4 ปีเต็ม เพื่อยกร่าง "ธรรมนูญครอบครัว" ขึ้นมาเป็นกติกากลางที่ทุกคนต้องทำตาม
เพราะเมื่อสมาชิกในครอบครัวขยายจำนวนมากขึ้น ความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องเงิน อำนาจ และสิทธิ์ในการบริหาร เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่มีกติกากลางที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน ความขัดแย้งเล็กๆ ก็พร้อมจะลุกลามจนกลืนกินทั้งธุรกิจ และครอบครัวไปพร้อมกัน
แล้ว "ธรรมนูญครอบครัว" ที่สร้างขึ้นมานี้มีโครงสร้างอะไรบ้าง? แบ่งเป็น 4 ข้อหลักๆ ด้วยกัน
1. แบ่งโครงสร้างการบริหารออกเป็น 3 ส่วนชัดเจน
สภาครอบครัว
คัดเลือกตามความอาวุโสจากตัวแทนแต่ละสาย ดูแลเฉพาะเรื่องภายในตระกูล เช่น งานแต่งงาน งานรวมญาติ และสวัสดิการ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจเลย
CG Board หรือ Central Group Board
ประกอบด้วยทั้งคนในและคนนอกตระกูล ทำหน้าที่ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาชิก จัดสรรปันผล และอนุมัติการลงทุนที่มีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท
คณะกรรมการบริหาร
ที่ในตอนนี้มีทายาทรุ่นที่ 3 เป็นผู้นำ ทำหน้าที่ตัดสินใจลงทุนในโครงการที่มูลค่าไม่เกิน 3,000 ล้านบาท และรายงานผลกลับไปให้ CG Board รับทราบ
2. กฎระเบียบ คัดเลือกคนเก่ง และบทลงโทษที่ชัดเจน
เปลี่ยนจากประเพณีเดิมที่มักให้สิทธิ์เฉพาะลูกชายคนโต มาเป็นการคัดเลือกทายาทจากความรู้ความสามารถจริง ห้ามสะใภ้หรือลูกเขยเข้ามาบริหารธุรกิจ และห้ามขายหุ้นให้บุคคลภายนอกตระกูลเด็ดขาด อนุญาตให้ซื้อขายกันเองภายในครอบครัวได้เท่านั้น
มีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎ ตั้งแต่การเรียกมาตักเตือน ตัดสวัสดิการทั้งหมด ไปจนถึงขั้นรุนแรงที่สุดตามรายงานคือ ห้ามใช้นามสกุลจิราธิวัฒน์
3. สร้างความโปร่งใสและการสื่อสาร
จัดประชุมใหญ่ปีละ 2 ครั้ง เพื่อสรุปทิศทางธุรกิจให้สมาชิกทุกคนรับทราบ แม้จะไม่ได้เข้ามาบริหารเองก็ตาม ทำเว็บไซต์ธรรมนูญครอบครัว ให้สมาชิกเข้าไปศึกษาได้ตลอดเวลา ทบทวนและแก้ไขกฎระเบียบทุกๆ 2 ปี เพื่อไม่ให้ล้าสมัยไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
4. รักษาความสัมพันธ์และความสามัคคี
นัดพบปะกันอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ที่ดี ต่อให้เขียนธรรมนูญรัดกุมแค่ไหน แต่ถ้าคนในตระกูลขัดแย้งกัน กระดาษเพียงแผ่นเดียวก็ไม่มีทางทำให้ธุรกิจยั่งยืนได้
สิ่งที่ทำให้ตระกูลจิราธิวัฒน์อยู่รอดข้ามรุ่นได้ ไม่ใช่แค่เพราะมีเงินทุนมหาศาล หรือธุรกิจที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะพวกเขากล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่ครอบครัวธุรกิจอื่นๆ มักหลีกเลี่ยง นั่นคือการสร้างกติกาที่ "จำกัดอำนาจของตัวเอง" ตั้งแต่วันที่ทุกอย่างยังราบรื่น แทนที่จะรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยแก้
ถ้าวันนี้คุณกำลังสร้างธุรกิจครอบครัว หรือกำลังคิดว่าจะส่งต่อกิจการให้รุ่นลูกรุ่นหลาน คำถามเลยไม่ใช่ว่าคุณกำลังปล่อยให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ "ความหวังดี" โดยที่ไม่มีอะไรมารองรับ หรือคุณกำลังวางระบบให้ธุรกิจอยู่รอดได้แม้ไม่มีคุณ
เพราะสุดท้ายแล้ว ธุรกิจที่ส่งต่อได้ข้ามรุ่น อาจไม่ได้วัดกันที่ใครสามารถสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาได้เก่งกว่ากัน แต่วัดกันที่ว่าใครออกแบบระบบให้มันอยู่ได้ แม้ในวันที่คนสร้างไม่อยู่แล้วก็ตาม
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

บัญชีเงินฝากมีประกันอุบัติเหตุให้ด้วย? เช็กสิทธิประโยชน์ท...
บัญชีเงินฝากที่เราใช้ทุกวันไม่ได้มีหน้าที่แค่เก็บเงินหรือทำธุรกรรม เพราะบางบัญชียังมาพร...

ทำไมเศรษฐีตระกูลดิสนีย์ ถึงเรียกร้องให้เก็บภาษี ‘ตน...
‘ภาษี’ หนึ่งในรายจ่ายที่เศรษฐีและคนที่มีรายได้เยอะต้องเจอ ซึ่งเศรษฐีแต่ละคนก็ล้วนหาทางว...

ไม่กล้าคุยเรื่อง “มรดก” เพราะกลัวทะเลาะ กับคน...
ครอบครัวมหาเศรษฐี ก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ เมื่อคนที่สร้างธุรกิจและความมั่งคั่ง ให้กับครอบค...

คนรวยยอมจ่าย ค่าธรรมเนียม TALS 1-3% ให้พอร์ตตัวเอง “...
ทำไมคนรวยระดับโลก ถึงยอมจ่ายค่าธรรมเนียม ดูแลพอร์ตถึง 1-3% เพื่อให้ตัวเอง “ขาดทุน...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
