
คลังฯ เตรียมดัน TISA ต่อ เพื่อปฏิรูปการออม-ลดหย่อนภาษี นโยบายที่น่าจับตามองของ “ตลาดหุ้นไทย” คาดช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ระบบ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจ ความสนใจของหลายๆ ภาคส่วนกำลังมุ่งไปที่นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะบทบาทของ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปตลาดทุน, การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับทรัพยากรมนุษย์
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ถือเป็น "เรือธง" ในการปฏิรูปตลาดทุนครั้งนี้คือการผลักดัน "บัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว" หรือ TISA ซึ่งถูกวางหมากให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหุ้นไทย สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของภาครัฐที่ต้องการใช้นโยบายนี้เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
TISA คืออะไร?
TISA (Thailand Individual Savings Account) คือบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ทางการเงิน ที่ออกแบบมาเพื่อจูงใจให้ประชาชนออมเงินระยะยาวผ่านตลาดทุน โดยมีแรงจูงใจสำคัญคือสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ซึ่งมีโมเดลต้นแบบมาจากโครงการ NISA (Nippon Individual Savings Account) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น
จากรายละเอียดเบื้องต้นที่เตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โครงการ TISA มีจุดเด่นและเงื่อนไขที่น่าสนใจ ดังนี้
1. วงเงินลดหย่อนภาษี
กำหนดเพดานสูงสุดที่ 800,000 บาทต่อปี (เป็นการนับวงเงินรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ เช่น RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข. และ Thai ESG)
2. ตัวคูณลดหย่อนภาษี (Tax Multiplier)
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีการเสนอให้แบ่งตามฐานรายได้ (ข้อมูลเบื้องต้น สามารถปรับเปลี่ยนได้)
- ผู้มีรายได้ ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนได้ 1.3 เท่า (เช่น ลงทุน 1 แสน ลดหย่อนได้ 1.3 แสน)
- ผู้มีรายได้ เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ลดหย่อนได้ 0.7 เท่า
3. เงื่อนไขการถือครอง
เน้นการออมระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ โดยต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี และขายคืนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
4. สินทรัพย์ที่ลงทุนได้
เปิดกว้างให้ลงทุนได้ทั้ง หุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์, หุ้นกู้ และกองทุนรวม
TISA จะช่วยกระตุ้นตลาดหุ้นไทยได้อย่างไร?
TISA ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือลดหย่อนภาษี แต่เป็นสิ่งที่คาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในหลายมิติ
1. สร้างอุปสงค์คุณภาพ (Quality Demand) และเม็ดเงินใหม่
TISA ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาว เป้าหมายคือเปลี่ยนเงินออมที่นิ่งอยู่ในระบบให้กลายเป็นเงินลงทุนในตลาดทุน การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจกลุ่มคนรายได้ปานกลางถึงน้อย (ผ่านตัวคูณ 1.3 เท่า) อาจช่วยขยายฐานนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น เพิ่มสภาพคล่องและเม็ดเงินหมุนเวียนในระยะยาว
2. กระจายการลงทุนสู่หุ้นขนาดกลาง-เล็ก (Mid-Small Cap)
บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งมองว่า TISA อาจช่วยลดการกระจุกตัวของเงินลงทุนที่มักจะไปกองอยู่ที่หุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) เหมือนที่เกิดกับกองทุน Thai ESG หรือ RMF ในอดีต ด้วยความยืดหยุ่นของ TISA อาจทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่หุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีพื้นฐานดี หรือหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยปรับปรุง Valuation (P/BV) ของตลาดโดยรวมให้ดีขึ้น
3. หนุนหุ้นกลุ่มปันผลสูงและ ESG
เนื่องจาก TISA มีเงื่อนไขการลงทุนระยะยาว หุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์คือหุ้นที่มีความผันผวนต่ำและจ่ายปันผลสูง (High Dividend Yield) เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (KBANK, BBL, KTB) กลุ่มสื่อสาร และหุ้นที่ได้รับเรตติ้ง ESG สูง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การลงทุนเพื่อความยั่งยืน
นโยบาย TISA ภายใต้การผลักดันของคุณเอกนิติและทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ หลายฝ่ายมองว่าถือเป็นแสงสว่างที่น่าจับตามองสำหรับตลาดหุ้นไทย เพราะอาจมีช่วยกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ระบบ และยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างการออมเพื่อวัยเกษียณที่แข็งแกร่งให้กับคนไทย
หากมาตรการนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ชุดใหม่นี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นและสร้างเสน่ห์ให้กับตลาดทุนไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการผ่านตลาดหุ้น ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
