
‘กองทุนลดหย่อนภาษี’ ติดลบ ไม่ได้แปลว่าขาดทุนเสมอไป เพราะยังมี “ภาษีที่ประหยัดได้”
แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของการลงทุน ไม่ว่าจะผ่านกองทุนทั่วไป หรือกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง RMF, Thai ESG (รวมถึง SSF และ LTF ในอดีต) ย่อมต้องการผลตอบแทนที่ทำให้เงินเติบโตขึ้น
ซึ่งคงไม่มีใครอยากเห็นพอร์ตติดลบ แต่ก็ต้องยอมรับว่า “การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง” ราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นลงตามภาวะตลาด การขาดทุนจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้
สำหรับใครที่กำลังกังวลเมื่อเห็นพอร์ตติดลบ The Money Trends ชวนมามองภาพให้รอบด้านขึ้น เพราะกองทุนประเภทนี้มี “ภาษีที่ประหยัดได้” เป็นอีกหนึ่งผลตอบแทนที่ต้องนำมาคิดรวมด้วย
กองทุนติดลบ แปลว่าขาดทุนไหม?
หากพิจารณาเฉพาะ “ผลการลงทุน” คำตอบคือ “ขาดทุน” แน่นอน
ตัวอย่าง ลงทุน RMF 100,000 บาท มูลค่าลดลงเหลือ 90,000 บาท = ติดลบ 10% (ขาดทุน 10,000 บาท)
ทั้งนี้ แม้ผลการลงทุนจะขาดทุน แต่เมื่อรวมภาษีที่ประหยัดได้แล้ว “ผลลัพธ์สุทธิ” อาจยังเป็นบวกได้
อยากรู้ผลลัพธ์สุทธิ ต้องเช็ก 3 ข้อมูลนี้
1. กองทุนติดลบเท่าไร?
2. ฐานภาษีสูงสุดของคุณอยู่ที่เท่าไร?
3. เงินลงทุนส่วนที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้จริงมีจำนวนเท่าไร?
ตัวอย่างการคำนวณ
“ซื้อ RMF 100,000 บาท อยู่ในฐานภาษี 20%”
ภาษีที่ประหยัดได้โดยประมาณ: 100,000×20%=20,000 บาท
กรณีที่ 1: กองทุนติดลบ แต่ผลลัพธ์สุทธียังเป็นบวก
เงินลงทุนเริ่มต้น: 100,000 บาท
มูลค่าปัจจุบัน: 90,000 บาท (ขาดทุน 10,000 บาท)
ประหยัดภาษีได้: 20,000 บาท
ผลลัพธ์สุทธิ: 20,000−10,000= บวก 10,000 บาท
แม้หน้าพอร์ตติดลบ 10% แต่เมื่อรวมสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผลลัพธ์สุทธียังคงเป็นบวก
กรณีที่ 2: รวมภาษีที่ประหยัดได้แล้ว ยังคงขาดทุน
เงินลงทุนเริ่มต้น: 100,000 บาท
มูลค่าปัจจุบัน: 75,000 บาท (ขาดทุน 25,000 บาท)
ประหยัดภาษีได้: 20,000 บาท
ผลลัพธ์สุทธิ: 20,000−25,000= ติดลบ 5,000 บาท
กรณีนี้ภาษีช่วยลดแรงกระแทกได้ แต่ไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนได้ทั้งหมด
'ลดหย่อนภาษี' ช่วยลดแรงกระแทก แต่ไม่ควรใช้กลบผลการดำเนินงาน
การประเมินกองทุนลดหย่อนภาษีควรมอง 2 ด้านควบคู่กัน
1. ผลการดำเนินงานของกองทุน สะท้อนฝีมือผู้จัดการกองทุนในการบริหารเงินตามนโยบายและความเสี่ยง
2. ประโยชน์ทางภาษี: สิทธิประโยชน์ส่วนบุคคลที่ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน
หากกองทุนติดลบ สามารถนำภาษีที่ประหยัดได้มาร่วมประเมินภาพรวมได้ แต่ไม่ควรละเลยผลการดำเนินงาน การเลือกกองทุนที่มีนโยบายเหมาะสม กระจายความเสี่ยงดี และสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ย่อมดีกว่าการพึ่งพาสิทธิลดหย่อนภาษีเพียงอย่างเดียว
สิทธิลดหย่อนภาษีควรเป็นของแถม ไม่ใช่เหตุผลเดียวในการตัดสินใจซื้อ และหากผิดเงื่อนไขอาจต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีพร้อมเงินเพิ่ม กองทุนลดหย่อนภาษีที่ดีจึงไม่ควรช่วยแค่ลดภาษีในวันนี้ แต่ต้องช่วยสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวด้วย
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
