จับตา PTTEP ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน 2569 หุ้นที่ต่างชาติสะสมมากที่สุด ยอดเงินทุนไหลเข้ากว่า 4,600 ล้านบาท โอกาสในหุ้น “ต้นน้ำ” หรือกับดักความเสี่ยง?

จับตา PTTEP ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน 2569 หุ้นที่ต่างชาติสะสมมากที่สุด ยอดเงินทุนไหลเข้ากว่า 4,600 ล้านบาท โอกาสในหุ้น “ต้นน้ำ” หรือกับดักความเสี่ยง?

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

17 March 2026

แม้ก่อนหน้านี้ BloombergNEF จะเคยประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในปี 2026 จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในอิหร่านจะไม่กระทบต่อตลาดน้ำมันโลก โดยคาดว่าในกรณีเลวร้ายที่การหยุดชะงักยืดเยื้อ ราคาอาจไปแตะระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสที่ 4

แต่จากสถานการณ์ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2026 ความขัดแย้งในอิหร่านได้ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแล้ว แซงหน้าเพดานการคาดการณ์เดิมไปเป็นที่เรียบร้อย และตลาดยังประเมินว่าหากสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย ราคาอาจขยับขึ้นไปแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเร็วๆ นี้

แม้ในระยะสั้นตลาดอาจมีปัจจัยผ่อนคลาย (Short-term relief) จากการที่อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กับประเทศที่ไม่ได้เป็นชาติพันธมิตรกับสหรัฐฯ (เช่น เรือชีวาลิก และเรือบรรทุกก๊าซแอลพีจี ที่ชักธงอินเดียสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา) แต่ในมุมมองระดับมหภาคความไม่แน่นอนยังคงสูง โดยเฉพาะเมื่อนโยบายกำแพงภาษี 25% ของสหรัฐฯ ต่อคู่ค้าสำคัญอย่างจีน เข้ามาเป็นตัวแปรใหม่ที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

ในภาวะที่ตลาดถูกปกคลุมด้วยความผันผวน เม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) มักจะมองหา "สินทรัพย์ที่อิงกับปัจจัยพื้นฐาน" โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจต้นน้ำ (Upstream)

ข้อมูลจาก ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส พบว่านักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตเทขายหุ้นไทยในภาพรวม แต่มีหุ้นตัวหนึ่งที่มียอดเงินทุนไหลเข้ากว่า 4,600 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ และนั่นคือ หุ้นของ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ PTTEP

ทำไมต้องเป็นธุรกิจ "ต้นน้ำ" ?

กลไกสำคัญที่ทำให้หุ้นธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดดเด่นในยามที่ราคาน้ำมันเป็นขาขึ้น คือ Margin Expansion หรือการขยายตัวของอัตรากำไร เนื่องจากธุรกิจขุดเจาะมีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ค่อนข้างนิ่ง เมื่อราคาผลผลิตในตลาดโลกสูงขึ้น กำไรส่วนเพิ่มเกือบทั้งหมดจะไหลเข้าสู่บรรทัดสุดท้ายของบริษัททันที แตกต่างจากธุรกิจปลายน้ำที่ต้องรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น

ปัจจุบัน PTTEP มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Cost) ในระดับที่แข่งขันได้ราว 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หมายความว่าทุกๆ ดอลลาร์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเหนือต้นทุน จะสะท้อนเป็นกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ

PTTEP ปัจจัยพื้นฐานและ Valuation

จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ PTTEP โดดเด่น

  • กำไรฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด: คาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 (ซึ่งรายงานในช่วงต้นปี 2569) จะอยู่ที่ประมาณ 17,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 35% QoQ โดยได้แรงหนุนจากการรับรู้โครงการใหม่ๆ เช่น Algeria Touat และปริมาณการขายที่สูงขึ้นตามฤดูกาล

  • บริษัทตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมขึ้นอีก 9% เป็น 556,000 KBD ในปี 2569 นี้

  • ด้วยสถานะกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง คาดการณ์ Dividend Yield จะอยู่ในระดับสูงถึง 7.8% - 8.9% (อ้างอิงประมาณการปันผล 8.5 บาท/หุ้น)

  • ต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ด้วย Unit Cost ที่ระดับประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้บริษัทยังคงมีกำไรที่แข็งแกร่งแม้ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน

มุมมองจากกูรู นักวิเคราะห์ชั้นนำต่างให้ความเชื่อมั่นในพื้นฐาน โดยมีราคาเป้าหมาย (Target Price) ที่หลากหลาย ได้แก่ Goldman Sachs (165 บาท - แนะนำ Buy), Morgan Stanley (156 บาท - อัปเกรดเป็น Overweight) และ KS Research (127 บาท - แนะนำ Hold) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้จะมีมุมมองต่างกันในเรื่องราคาเหมาะสม แต่ทิศทางธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง

ความเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึง

  • นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อาจกดดันให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก หากอุปสงค์หดตัว ราคาน้ำมันอาจไม่สามารถยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ได้ตามคาด

  • ซาอุดีอาระเบียมีแผนสำรองส่งน้ำมัน 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านท่อส่งทางทะเลแดงเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสามารถลดทอนความเสี่ยงด้านอุปทานชะงักงันได้

  • กองทุนน้ำมันฯ ไทยปัจจุบันติดลบจากความพยายามของรัฐบาลในการตรึงราคาพลังงาน อาจเป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่มพลังงานโดยรวม แม้ PTTEP จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงทางบัญชีก็ตาม

  • ตามที่มีการอ้างอิงข้อมูลจาก EIA ตลาดน้ำมันมีปริมาณการผลิตของโลก (World Production) สูงกว่าความต้องการใช้จนเกิดภาวะล้นตลาดมาสักระยะแล้ว และปัจจัยสำคัญที่จะช่วยคุมไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไปคือ กลุ่มผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกาที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งพร้อมจะเพิ่มการผลิตทันทีเมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจนเกิดแรงจูงใจ

กลยุทธ์ลงทุน

PTTEP จัดเป็นหุ้นในกลุ่ม Defensive Growth ที่เหมาะสำหรับใช้ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในพอร์ตการลงทุนจากสภาวะเงินเฟ้อและสงคราม

สำหรับนักลงทุนระยะยาว (Value/Dividend Focus) หากราคาหุ้นมีการย่อตัวลงมาในโซนที่มี Margin of Safety สูง แนะนำทยอยสะสม (DCA) เพื่อรับปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด

สำหรับนักลงทุนสายเทคนิค (Tactical Trading) ใช้ระดับราคาน้ำมันดิบ 90 ดอลลาร์เป็นตัวแปรชี้วัด (Indicator) หากน้ำมันยืนระยะได้ และราคาหุ้นปรับฐานลงมาที่แนวรับ 120-130 บาท ถือเป็นจุดพิจารณาเข้าลงทุน (Risk/Reward Ratio น่าสนใจ)

⚠️ คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์ ไม่ใช่การชี้นำให้ซื้อหรือขาย นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save