
หนีตาย AI Bubble สุดท้ายเงินจะไหลไปไหน? บทเรียนจากฟองสบู่ดอตคอม สู่หุ้นหลุมหลบภัยที่ควรมีติดพอร์ต
ในโลกของการลงทุน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่การที่เทคโนโลยีล้มเหลว แต่คือการที่เทคโนโลยี “เก่งเกินไป” จนย้อนกลับมาทำลายระบบเศรษฐกิจเดิมที่ค้ำจุนมันอยู่ วันนี้กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร้อนแรงจนตลาดหมุนตามแทบไม่ทัน เม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน สัญญาณเตือนถึงการดิสรัปต์ตัวเองก็เริ่มปรากฏขึ้น
ปรากฏการณ์ "AI Scare Trade" เมื่อ AI หันมาทุบหม้อข้าวเดิม
จุดชนวนของความตื่นตระหนกครั้งนี้มาจากความสำเร็จของ Anthropic (คนทำ Claude) ในการเปิดตัวเครื่องมือย้ายระบบจากภาษา COBOL ไปสู่ระบบสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการทุบ "หม้อข้าว" หลักของ IBM ที่ดูแลระบบหลังบ้านให้ธนาคารและองค์กรยักษ์ใหญ่มานานหลายทศวรรษ ราคาหุ้นของ IBM ร่วงลงแรงถึง 13% ภายในวันเดียวนับเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 25 ปี ซึ่งมันเกิดจากความกังวลของตลาดว่าเทคโนโลยี AI (โดยเฉพาะ AI Agent ที่ฉลาดขั้นสูง) จะเข้ามาดิสรัปต์และทำลายโมเดลธุรกิจของซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม (เช่น องค์กรอาจเลิกซื้อแพ็กเกจซอฟต์แวร์ หันไปใช้ AI Agent หรือ AI สามารถสร้างภาพหรือวิดีโอได้อัตโนมัติ (Generative AI) ช่วยให้คนทั่วไปทำงานออกแบบได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมที่ซับซ้อนและราคาแพง)
ความกังวลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มซอฟต์แวร์ แต่กำลังลามไปทั่วทุกระบบ
• กลุ่มการชำระเงิน (Visa, Mastercard, Amex)
ราคาหุ้นร่วงลง 3-8% เมื่อตลาดมองเห็นว่า AI Agent จะเลือกใช้ช่องทางชำระเงินที่ไม่มีค่าธรรมเนียม (เช่น Stablecoins) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้ ทำลายรายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Interchange fees) 2-3% ที่เคยมั่นคง
• กลุ่มส่งอาหารและโลจิสติกส์ (Uber, DoorDash)
ปรับตัวลดลงมากกว่า 8% จากแนวคิดที่ว่า AI Agent จะเป็นผู้กุมอำนาจในการตัดสินใจสั่งซื้อแทนมนุษย์ และเลือกทางเลือกที่ประหยัดที่สุดโดยไม่ยึดติดกับแพลตฟอร์ม
• กลุ่ม Private Credit
ผู้บริหารของกองทุนอย่าง Blackstone, KKR และ Apollo เคยประเมินว่ามีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มซอฟต์แวร์ราวๆ 7-13% ของสินทรัพย์ เมื่อนักลงทุนในตลาดหุ้นมองเห็นว่าฐานรายได้ของลูกหนี้เหล่านี้กำลังสั่นคลอนและอาจลุกลามจนไม่มีเงินมาจ่ายหนี้คืน จึงเกิดความกังวลว่ากองทุน Private Credit จะต้องแบกรับหนี้เสียและขาดทุนมหาศาล นำไปสู่แรงเทขายจนหุ้นของกองทุนเหล่านี้ร่วงลง 6-8% ครับ
ย้อนรอยบทเรียน "ฟองสบู่ดอตคอม" เมื่อความฝันสะดุด เงินจะวิ่งไปหาความจริง
ยุคแห่งการขายฝัน เมื่ออินเทอร์เน็ตคือมนต์วิเศษ (ปี 1995-2000) ในช่วงปลายยุค 90s ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ยุคทองของอินเทอร์เน็ต นักลงทุนต่างมีความเชื่อมั่นอย่างสุดโต่งว่า "อินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนโลก" ในเวลานั้น เพียงแค่บริษัทมีคำว่า ".com" ต่อท้ายชื่อ ราคาหุ้นก็จะพุ่งทะยานขึ้นทันที โดยที่นักลงทุนไม่ได้สนใจเลยว่าบริษัทเหล่านั้นจะยังไม่มีรายได้หรือกำไรจริง ดัชนี NASDAQ ซึ่งเป็นแหล่งรวมหุ้นเทคโนโลยี พุ่งทะยานอย่างร้อนแรง โดยในปี 1999 เพียงปีเดียว ดัชนีปรับตัวขึ้นถึง 85%
ทว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ความจริงปรากฏว่า ธุรกิจเหล่านั้นเป็นเพียงการ "ขายฝัน" และการทำเว็บ .com ไม่ได้มีผลประกอบการมารองรับ ฟองสบู่ก็แตกออก ในปี 2000 ดัชนี NASDAQ เริ่มร่วงลง และดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดในปี 2002 โดยมูลค่าหายไปถึง 78% จากจุดสูงสุด บริษัทที่เคยเป็นดาวรุ่งและระดมทุนได้มหาศาล เช่น Pets.com (ขายของสัตว์เลี้ยง) หรือ Webvan (ขายของชำ) ต้องล้มละลายไปในเวลาอันรวดเร็ว
ปัจจุบันเกิดความคลั่งไคล้ในลักษณะคล้ายกันกับ "กระแส AI" ซึ่งผลักดันให้หุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม "7 นางฟ้า" (Magnificent 7) เช่น Apple, Microsoft, Meta, Nvidia และหุ้นกลุ่มชิป ปรับตัวขึ้นแบบก้าวกระโดดในเวลาไม่นาน ทว่าก็ยังไม่ได้ทำกำไรที่แท้จริง จนเกิดความกังวลว่าเรากำลังอยู่ใน "ฟองสบู่ AI" หรือไม่ เนื่องจากมีสตาร์ตอัปด้าน AI หลายรายที่ระดมทุนได้มหาศาลทั้งที่ยังมีรายได้เพียงเล็กน้อย รวมถึงนักลงทุนจำนวนมากที่แห่ซื้อหุ้นเพราะอาการกลัวตกรถ (FOMO) โดยไม่ได้เข้าใจตัวเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
แต่มีหุ้นกลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวกลางระหว่างเทรนด์แห่งอนาคตและโลกความจริง
หุ้นสาธารณูปโภค "ที่พักเงิน" ชั้นดีในยามมรสุม
หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) และพลังงาน กลายเป็น "ที่พักเงิน" ชั้นดีท่ามกลางความผันผวนและมรสุมแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น วิกฤตซอฟต์แวร์ถูก AI ดิสรัปต์ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้
1. มีกระแสเงินสดที่มั่นคง ช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตลงทุน
บริษัทสาธารณูปโภคมีจุดเด่นเรื่องกระแสเงินสดที่เสถียรอย่างมาก ตัวอย่างเช่นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ Enel ที่มีสัดส่วนธุรกิจที่มีกระแสเงินสดมั่นคงสูงกว่า 90% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ทั้งในรูปของการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) การจ่ายเงินปันผลที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง (เช่น โต 6% ต่อปี) รวมถึงนโยบายการซื้อหุ้นคืนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้นักลงทุน
2. ได้อานิสงส์โดยตรงจาก "ความหิวพลังงาน" ของ AI และ Data Center
เทคโนโลยี AI และการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) จำเป็นต้องพึ่งพาระบบเครือข่ายและพลังงานไฟฟ้าในปริมาณมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีสะดุด สิ่งนี้ทำให้เกิดความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้บริษัทสาธารณูปโภคต้องเร่งเพิ่มงบลงทุนเพื่อขยายโครงข่ายไฟฟ้า (Grids) ระบบพลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงแหล่งผลิตไฟฟ้าระดับฐานที่มีความเสถียรสูงและคาร์บอนต่ำ เช่น พลังงานนิวเคลียร์และยูเรเนียม (ตัวอย่างหุ้นเช่น Cameco, NuScale, Oklo) กลุ่มนี้จึงเป็นเหมือน "ผู้เตรียมโครงสร้างพื้นฐาน" ที่ AI ขาดไม่ได้
3. การปรับกลยุทธ์เน้นตลาดที่มั่นคง (Developed Markets)
ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Enel (บริษัทพลังงานข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติอิตาลี) มีการปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อลดความเสี่ยง โดยหันมาเพิ่มงบลงทุนมหาศาล (5.3 หมื่นล้านยูโรในช่วงปี 2026-2028) เพื่อมุ่งเน้นขยายฐานธุรกิจในตลาดที่พัฒนาแล้วและมีความมั่นคงสูงอย่างทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา แทนการฝากความหวังไว้กับตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) กลยุทธ์นี้ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของหุ้นกลุ่มนี้ในการเป็นแหล่งหลบภัยที่ปลอดภัย
ในขณะที่เทคโนโลยี AI กำลังสร้างความตื่นตระหนกว่าจะเข้ามาแย่งงานและทำลายรายได้ของบริษัทซอฟต์แวร์หลายแห่ง หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคกลับไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะถูก AI ดิสรัปต์ แต่กลับเป็นแกนหลักสำคัญที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่
หุ้นในกลุ่ม Utilities ใน SET
กลุ่มโรงไฟฟ้า (รายได้มั่นคงจากสัญญาระยะยาว)
- GULF — กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์
ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย มีโรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก รายได้หลักมาจากสัญญาขายไฟระยะยาวให้การไฟฟ้าฯ และลูกค้าอุตสาหกรรม
- GPSC — โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่
บริษัทผลิตไฟฟ้าในกลุ่ม ปตท. ให้บริการไฟฟ้าและไอน้ำแก่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรม และขายไฟให้รัฐ
- BGRIM — บี.กริม เพาเวอร์
โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ มีทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานหมุนเวียน รายได้หลักจากสัญญาซื้อขายไฟระยะยาว
- EGCO — ผลิตไฟฟ้า
หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายแรกของไทย มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งในและต่างประเทศ
- RATCH — ราช กรุ๊ป
บริษัทผลิตไฟฟ้าในเครือ กฟผ. ลงทุนในโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายประเทศ
กลุ่มน้ำประปา (รายได้สม่ำเสมอ ความเสี่ยงต่ำมาก)
- TTW — ทีทีดับบลิว
ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำประปาหลักให้กับการประปาส่วนภูมิภาคและการประปานครหลวง รายได้มั่นคงสูง
- EASTW — อีสเทิร์น วอเตอร์
บริหารจัดการและจำหน่ายน้ำดิบให้ภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ EEC
กลุ่มโทรคมนาคม (กึ่ง Utilities เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน)
- ADVANC — แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS)
ผู้ให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดของไทย รายได้ประจำจากค่าบริการรายเดือน
- TRUE — ทรู คอร์ปอเรชั่น
ผู้ให้บริการมือถือ อินเทอร์เน็ต และเคเบิลทีวี ครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ
กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (ทางด่วน รถไฟฟ้า)
- BEM — ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ
ผู้ให้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง รายได้จากค่าผ่านทางและค่าโดยสาร
- CKP — ซีเค พาวเวอร์
โรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานความร้อน ลงทุนในเขื่อนและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในลาวและไทย
กลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- DIF — กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล
ลงทุนในเสาสัญญาณโทรคมนาคม สร้างรายได้จากค่าเช่าเสาระยะยาว จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ
"ในวันที่โลกหมุนด้วยรหัสคอมพิวเตอร์ อย่าลืมว่าหัวใจของเศรษฐกิจยังคงเต้นอยู่ในสายไฟและท่อน้ำประปาเสมอ"
⚠️ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น หากนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนทุกครั้ง
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
