โอกาสทองจาก “War Migration” จุดยืนไทยในระเบียบโลกใหม่ และ 4 จุดแข็งต้อนรับทุนลี้ภัย

โอกาสทองจาก “War Migration” จุดยืนไทยในระเบียบโลกใหม่ และ 4 จุดแข็งต้อนรับทุนลี้ภัย

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

21 March 2026

โลกทุกวันนี้เผชิญกับคลื่นความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งที่กระจายวงกว้างไปทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจ พลังงาน และการขนส่ง

ภายใต้สภาวะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ "ระเบียบโลกใหม่" (New World Order) บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติทั่วโลกต่างถูกบีบบังคับให้ต้องเร่งมองหาแหล่งลงทุนแห่งใหม่ที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และสามารถรับประกันความต่อเนื่องของธุรกิจได้

คำถามสำคัญที่ท้าทายภาครัฐและเอกชนในขณะนี้คือ จุดยืนของประเทศไทยจะอยู่ตรงไหน ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันและความขัดแย้งเหล่านี้

War Migration กับ โอกาสของไทย

ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก แต่ท่ามกลางวิกฤตนี้กลับมีโอกาสซ่อนอยู่

ท่านได้เสนอว่าไทยควรหาประโยชน์จาก "War Migration" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้คนและกระแสทุนจากประเทศที่บ้านช่องลุกเป็นไฟ กำลังอพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อแสวงหาพื้นที่ปลอดภัยแห่งใหม่

โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สามารถรองรับการย้ายฐานนี้ได้ ดร.กอบศักดิ์ ย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งและปรับตัวให้เป็นเสมือน "เรือเหล็ก" เพื่อให้รอดพ้นจากมรสุมความขัดแย้งโลก และพร้อมคว้าโอกาสจากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

4 ปัจจัยหนุนดึงทุนลี้ภัย

คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มองว่าวิกฤตโลกครั้งนี้สามารถพลิกเป็นโอกาสของไทยได้ เนื่องจาก ประเทศไทยมีจุดแข็งหลัก 4 ด้าน ที่เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดทุนระดับโลก ได้แก่

1. ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)

ด้วยศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ไทยสามารถเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญที่ป้อนให้กับโลกได้ในยามวิกฤต

2. ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security)

ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเงื่อนไขและหัวใจสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของอุตสาหกรรมยุคใหม่

3. ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Security)

ไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญของโลกมาอย่างยาวนาน โดยมีสัดส่วนการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์สูงถึง 70-80% ของโลก รวมถึงเป็นฐานผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก

4. ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security)

จุดแข็งด้านระบบสาธารณสุขและการแพทย์ของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล และถือเป็นหนึ่งในผู้นำของภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ สัญญาณของการย้ายฐานการลงทุนเริ่มปรากฏภาพที่ชัดเจนขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์ โดยทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ชี้ให้เห็นผลเชิงบวกจากวิกฤตการณ์โลก

ต่างชาติมองไทยเป็น "พื้นที่ปลอดภัย"

คุณจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC เปิดเผยว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ มีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากติดต่อเข้ามาหาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในไทยเพื่อย้ายฐานธุรกิจ ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่าต่างชาติมองเห็นประเทศไทยเป็น "พื้นที่ปลอดภัย"

โดยเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้มุ่งเน้นไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ และกลุ่มเศรษฐกิจ BCG เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมและโอกาสจะเปิดกว้าง แต่การจะเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการลงทุนจริงนั้น ยังคงต้องติดตามกันต่อไป โดยทุกภาคส่วนต่างหวังว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มขึ้น หลังจากที่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐต่างคาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งเดินหน้าวาระสำคัญ ทั้งการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านที่ดินในพื้นที่ EEC ที่เริ่มมีจำกัดและราคาสูง การเตรียมพร้อมกระแสไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
รวมถึงการเร่งจัดการสัญญาโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ค้างท่อ และปลดล็อกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการลงนามไปสู่การลงเสาเข็มก่อสร้างให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

หากรัฐบาลใหม่สามารถสร้างกลไกสนับสนุน เช่น มาตรการ Fast Pass เพื่อลดเวลาการอนุมัติใบอนุญาตต่างๆ ลงได้ ประเทศไทยก็จะสามารถยึดโยงจุดยืนที่แข็งแกร่ง และแปรเปลี่ยนวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ให้เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save