
“วุ้นเส้น” จากเมนูพื้นฐานในสุกี้และ Hotpot สู่การเติบโตใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารและทิศทางของหุ้นไทย TWPC
ในปัจจุบัน ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Instant Noodle) ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 27,000 ล้านบาท และยังคงเป็นหนึ่งในตลาดอาหารที่ใหญ่และแข่งขันรุนแรงที่สุด เส้นเหลืองจากแป้งสาลีในรูปแบบดั้งเดิมยังคงครองสัดส่วนหลักของตลาดถึง ราว 97% อย่างไรก็ตาม ภายใต้โครงสร้างตลาดที่ดูเหมือนนิ่งนี้ กำลังเกิด “คลื่นลูกใหม่” ที่น่าจับตา นั่นคือ กลุ่มเส้นทางเลือกที่ไม่ใช้แป้งสาลีเป็นวัตถุดิบหลัก และ/หรือ ไม่ผ่านกระบวนการทอดในน้ำมัน (Non-wheat / Non-fried) เพราะดีต่อสุขภาพย่อยง่าย ไม่มีไขมันอิ่มตัว หรือไขมันทรานส์ ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีสัดส่วนเพียง ประมาณ 7% แต่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภค ที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความหลากหลาย และประสบการณ์การบริโภคมากขึ้น
และวันนี้เราจะมาพูดถึงวัตถุดิบคู่บ้านที่คนต้องซื้อซ้ำและนับวันยิ่งกินมันบ่อยขึ้นอย่าง “วุ้นเส้น”
วุ้นเส้นคู่ครัว สู่ ready to eat ในตลาดทุน
คนไทยคุ้นเคยกับ “วุ้นเส้น” มายาวนานไม่ว่าจะอยู่ในต้มยำ ผัดวุ้นเส้น หรือแกงจืด แต่เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนจากการทำอาหารกินเองในบ้าน สู่การบริโภคนอกบ้านมากขึ้น บทบาทของวุ้นเส้นก็ไม่ได้เปลี่ยนตามไปด้วยแต่ยิ่งตอกย้ำว่ามันคือวัตถุดิบพื้นฐานที่กลายเป็น พระเอกในหม้อสุกี้และฮอตพอต ซึ่งวันนี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมการกินกระแสหลักของคนเมือง
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมการกินนี้ แบรนด์ที่สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดเจนที่สุดคือ “มังกรคู่” แบรนด์เรือธงของ ไทยวา (หุ้น: TWPC) จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้ผลิตวุ้นเส้นถั่วเขียวคุณภาพสูง สู่การเป็น ผู้นำตลาดวุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปและก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป ที่กำลังสร้าง “ตลาดใหม่” ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดั้งเดิม
ข้อมูลจากงาน Oppday ไตรมาส 3 ปี 2025 ของ TWPC ระบุว่า มังกรคู่ครองตำแหน่งผู้นำตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มวุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วยด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 71% และหากมองภาพรวมของตลาดเส้น Non-wheat ทางเลือกทั้งหมด มังกรคู่ยังถือครองส่วนแบ่งตลาดราว 50% สะท้อนความได้เปรียบเชิงโครงสร้างทั้งในด้านแบรนด์ ซัพพลายเชน การกระจายสินค้า และขนาดการผลิต ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการเติบโตระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้มังกรคู่โดดเด่นกว่าใคร ไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำตลาดเชิงปริมาณ แต่คือ กลยุทธ์การรีเฟรมภาพจำของวุ้นเส้น จาก “วัตถุดิบในครัว” สู่ “เมนูพร้อมทาน (ready-to-eat) รสจัดจ้านที่กินง่าย ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบและคนรุ่นใหม่” ผ่านการขยายไลน์สินค้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ก๋วยเตี๋ยวแซ่บแห้ง ส้มตำเส้นเล็ก ไปจนถึง วุ้นเส้นหม่าล่า ที่ได้รับความนิยมสูงจนขาดตลาดเป็นช่วง ๆ กลยุทธ์นี้ไม่เพียงขยายฐานลูกค้า แต่ยังเพิ่มความถี่ในการบริโภค และสร้างอำนาจในการกำหนดราคาให้กับแบรนด์ในระยะยาว
TWPC และเป้าสู่การเป็น 'Global Food'
ใน Opportunity Day ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2024 ของบริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารได้ชี้แจงถึงการเปลี่ยนผ่านองค์กร จากผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังและวุ้นเส้นระดับตำนาน สู่การเป็น "Global Food Company" ในปี 2030 ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
- เป้าหมายสูงสุดที่ผู้บริหารปักธงไว้คือการสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ให้มากกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 โดยเปลี่ยนโครงสร้างรายได้จากสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงและนวัตกรรมอาหาร ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นผลแล้วจากการที่สัดส่วนกำไรจากกลุ่มอาหาร และ HVA (High Value Added) พุ่งสูงขึ้นและช่วยลดความผันผวนของธุรกิจแป้งมันแบบดั้งเดิม
- บริษัทได้เริ่มนำ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานจริง เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (Customer Centric) และเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- มีการลงทุนกับศูนย์วิจัยและ Application Labs ใน 5 ประเทศ (ไทย, จีน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, อินเดีย) ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาระบบที่ช่วยจัดการปัญหา (System Solutions) ที่ซับซ้อนได้ เช่น การสร้าง รสสัมผัสให้กับไอศกรีม, โยเกิร์ต หรือเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นการขายนวัตกรรม ไม่ใช่แค่ขายวัตถุดิบ ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมคือการได้รับรางวัล "Best New Product" จาก Big C ฮ่องกง ซึ่งพิสูจน์ว่าสินค้าใหม่ของไทยวาสามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล
👉🏻 นอกจากวุ้นเส้นแล้วไทยวายังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น แป้งมันสำปะหลัง (รวมถึงแป้งดัดแปร) กลูโคสไซรัป และแป้งข้าว นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากเส้นและแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ สาคู และผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง/กึ่งสำเร็จรูป บริษัทฯ ยังได้คิดค้น "ROSECO series" เทอร์โมพลาสติกชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลัง สำหรับการใช้งานหลากหลาย เช่น บรรจุภัณฑ์ (ถุง ขวด ช้อนส้อม) สินค้าเกษตร และสินค้าอุปโภค
งบการเงินของ TWPC ไตรมาส 3/2568
สถานะทางการเงินของจากเอกสาร Factsheet ล่าสุด และข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 3/2568 ไทยวา (TWPC)
ผลการดำเนินงานล่าสุด (Performance)
ภาพรวมแสดงถึงการฟื้นตัว (Turnaround) ที่ชัดเจน โดยมีตัวเลขสำคัญคือ
- กำไรสุทธิ: งวด 9 เดือนแรกปี 2568 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 156 ล้านบาท (จากเดิมที่ขาดทุนในปีที่แล้ว) และไตรมาส 3 ทำกำไรได้ 18 ล้านบาท
- กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ประมาณ 656.65 ล้านบาท (สอดคล้องกับตัวเลข 657 ล้านบาทในข้อมูล Oppday) ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 21.8% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีเยี่ยม
👉🏻 ฐานะทางการเงินบริษัทมีสินทรัพย์รวม ประมาณ 5,065.57 ล้านบาท มีหนี้สินต่ำมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพียง 0.25 เท่า และสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้ถึง 52% จากการชำระคืนเงินกู้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap): ประมาณ 2,570.83 ล้านบาท
⚠️ Risk Factors สิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวัง
- แม้บริษัทจะบริหารจัดการได้ดี แต่ราคาหัวมันสำปะหลังยังแปรผันตามสภาพอากาศและโรคพืช รวมถึงสถานการณ์นำเข้าตามชายแดน (เช่น กัมพูชา) ที่อาจกระทบต้นทุนในบางไตรมาส
- เนื่องจากมีการส่งออกและรับรู้รายได้จากต่างประเทศ (จีน, เวียดนาม, ฯลฯ) ความผันผวนของเงินบาทจึงเป็นปัจจัยที่กระทบกำไรสุทธิ
ปล. บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนลงทุนทุกครั้ง
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
