
ถอดรหัส “ฟองฟอง” จากน้ำเต้าหู้ขวด สู่ผู้พลิกโฉมตลาดโปรตีนทางเลือกอินเดีย ด้วย Business Model Canvas ที่คว้ารางวัล Export BMC
ในยุคที่เทรนด์สุขภาพและ Plant-based กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ตลาดอินเดียซึ่งมีประชากรมังสวิรัติกว่า 400 ล้านคน ถือเป็น "ขุมทรัพย์" ที่หลายแบรนด์หมายปอง แต่การเจาะตลาดที่มีความซับซ้อนทั้งด้านวัฒนธรรมอาหารและกฎระเบียบอย่างอินเดีย ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่สำหรับ "ฟองฟอง" (FongFong) แบรนด์น้ำเต้าหู้และฟองเต้าหู้สัญชาติไทย กลับมองเห็นโอกาสในความท้าทายนี้ และสามารถเจาะตลาดอินเดียได้อย่างสวยงาม จนคว้ารางวัล Export Business Model Canvas (ประเภทเดี่ยว) มาครองได้สำเร็จ
ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมผ่าน Business Model Canvas (BMC) ที่เข้าใจ Insight ของผู้บริโภคชาวอินเดียอย่างลึกซึ้ง วันนี้ The Money Trend จะพาไปถอดรหัสความสำเร็จของ "ฟองฟอง" ว่าพวกเขามีกลยุทธ์อย่างไรในการพิชิตตลาดอินเดีย
1. มองเห็น "ช่องว่าง" ในตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง
แม้อินเดียจะเป็นตลาดใหญ่สำหรับโปรตีนทางเลือก แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงคุ้นเคยกับ "ปะนีร์" (Paneer) หรือชีสอินเดีย ฟองฟองไม่ได้เข้าไปเพื่อแข่งกับปะนีร์โดยตรง แต่มองหา "White Space" หรือช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่มีใครเติมเต็ม
ฟองฟองพบว่า ผู้บริโภคชาวอินเดียต้องการโปรตีนทางเลือกที่มี "Texture" (เนื้อสัมผัส) ที่เคี้ยวสนุก เข้ากับเครื่องเทศ (Masala) ได้ดี และที่สำคัญคือต้อง "เก็บรักษาง่าย" (Shelf-Stable) โดยไม่ต้องแช่เย็น ซึ่งฟองเต้าหู้แบบแห้งของฟองฟองตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
2. ปรับตัวให้เข้ากับ "ครัวอินเดีย" (Make It Indian-Kitchen Ready)
กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ฟองฟองเข้าไปอยู่ในใจชาวอินเดียได้ คือการทำให้ผลิตภัณฑ์ "เข้ากับครัวอินเดีย" ได้อย่างกลมกลืน ฟองฟองไม่ได้บังคับให้ชาวอินเดียกินฟองเต้าหู้แบบไทย แต่สื่อสารให้เห็นว่า ฟองเต้าหู้สามารถนำไปทำเมนูแกงกะหรี่ (Curry) หรือเมนูผัดเครื่องเทศ (Masala) ได้อร่อยไม่แพ้เนื้อสัตว์หรือปะนีร์
ด้วยคุณสมบัติที่ดูดซับน้ำแกงได้ดี และมีเนื้อสัมผัสที่หนึบหนับ ทำให้ฟองเต้าหู้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับแม่บ้านชาวอินเดีย
3. เจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ (Start Urban, Then Scale Usage)
แทนที่จะหว่านแหไปทั่วประเทศ ฟองฟองเลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเมือง (Urban Consumers) ที่ใส่ใจสุขภาพ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาโปรตีนทางเลือกใหม่ๆ โดยเริ่มจากการสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ และร่วมมือกับ Influencer สายอาหารและสุขภาพ เพื่อสาธิตวิธีการนำฟองเต้าหู้ไปทำเมนูอินเดียที่คุ้นเคย
4. เตรียมพร้อมรับมือกฎระเบียบอย่างมืออาชีพ (Navigating FSSAI)
การส่งออกอาหารไปอินเดียมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก โดยเฉพาะมาตรฐาน FSSAI (Food Safety and Standards Authority of India) ฟองฟองเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างรัดกุม ทั้งการขึ้นทะเบียนโรงงาน การเตรียมเอกสาร COA (Certificate of Analysis) และที่สำคัญที่สุดคือ การปรับฉลากให้มี "สัญลักษณ์มังสวิรัติ" (จุดสีเขียวในกรอบสี่เหลี่ยม) อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวอินเดียให้ความสำคัญสูงสุด
บทสรุป: ความสำเร็จที่เกิดจากการ "เข้าใจ"
รางวัล Export Business Model Canvas (ประเภทเดี่ยว) ที่ฟองฟองได้รับ เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า การส่งออกสินค้าไทยไปตลาดโลก ไม่ใช่แค่การนำสินค้าที่มีอยู่ไปขาย แต่คือการ "ทำความเข้าใจ" ตลาดเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง และปรับ Business Model ให้สอดคล้องกับ Insight ของผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ
"ฟองฟอง" ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและความเข้าใจในตลาดอย่างแท้จริง แบรนด์ไทยก็สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ
บทความนี้เป็น Advertorial
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
