สงครามดอกเบี้ยกำลังจะเกิด หาก Virtual Bank เปิดตัว เปิดแผน Virtual Bank ไทย และโอกาสในตลาดหุ้นที่กำลังมา

สงครามดอกเบี้ยกำลังจะเกิด หาก Virtual Bank เปิดตัว เปิดแผน Virtual Bank ไทย และโอกาสในตลาดหุ้นที่กำลังมา

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

21 April 2026

ภายในปี 2026 เมื่อ Virtual Bank เปิดให้บริการเต็มตัว เราจะเห็น "Invisible Finance" หรือการเงินที่มองไม่เห็นแต่แทรกซึมอยู่ทุกที่ คุณอาจจะได้รับข้อเสนอเงินทุนหมุนเวียนทันทีที่ยอดขายในแอป e-Commerce เพิ่มขึ้น หรือได้รับแผนประกันการเดินทางทันทีที่จองตั๋วเครื่องบินผ่านแอป

นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ของ Startup และนวัตกรไทยที่จะได้พิสูจน์ฝีมือบนเวทีโลก โดยมี Virtual Bank เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน” — ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ ประเทศไทย

แต่คำถามสำคัญที่นักลงทุนควรถามตัวเองตอนนี้คือ ใครจะได้ประโยชน์ และใครจะถูก disrupt?

เป็นที่รู้กันดีว่าปัจจุบัน มี 3 กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่สามารถคว้าใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยไปเรียบร้อย ทุนจดทะเบียนรวมกันหลายหมื่นล้านบาท พร้อมพันธมิตรระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น KakaoBank จากเกาหลีใต้ และ WeBank จากจีน นี่ไม่ใช่แค่ "แอปธนาคาร" ใหม่อีกตัว แต่คือการปฏิวัติโครงสร้างระบบการเงินไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นจริง

เรามาเจาะลึกกันว่า Virtual Bank คืออะไร ใครอยู่เบื้องหลัง และจะกระทบพอร์ตลงทุนของคุณอย่างไร

Virtual Bank คืออะไร? ทำไมต้องสนใจ?

Virtual Bank หรือ "ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา" คือธนาคารที่ดำเนินการทั้งหมดผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่มีสาขา ไม่มีเคาน์เตอร์ แต่ให้บริการครบวงจรเหมือนธนาคารปกติ ตั้งแต่เปิดบัญชี ฝากถอน ไปจนถึงปล่อยสินเชื่อ

หัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีและ "ข้อมูลพฤติกรรม" ของลูกค้ามาวิเคราะห์ความเสี่ยงแทนเอกสารแบบเดิม ซึ่งเปิดโอกาสให้คนที่เคยถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือ SME รายเล็ก สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้เป็นครั้งแรก เพราะธนาคารมองว่า “ไม่รู้จักความเสี่ยง” หรือ “รายได้ไม่แน่นอน”

แต่ Virtual Bank จะอุดช่อง “ความไม่รู้จัก” โดยใช้ เทคโนโลยี + AI วิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลของเราแทนเอกสารกระดาษ ข้อมูลพวกนี้เรียกว่า Behavioral Data หรือ Alternative Data (ข้อมูลทางเลือก)

เช่น แม่ค้าขายของ Shopee/Lazada รายได้วันละ 5,000–10,000 บาท แต่ไม่มีสลิปเงินเดือน Virtual Bank ดูได้ว่า ยอดขายรายวัน, การโอนเงินเข้า-ออกบัญชี, การชำระค่าบิลไฟฟ้า / น้ำ / โทรศัพท์ตรงเวลาไหม หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมการใช้แอป (กดปุ่มเร็วแค่ไหน, ใช้แอปตอนไหน)

เมื่อ AI วิเคราะห์แล้วบอกได้ว่าคนนี้มีรายได้จริงและน่าเชื่อถือได้หรือไม่ผ่านพฤติกรรมการใช้จ่าย มันก็สามารถอนุมัติกู้ได้ทันที ทำให้คนที่เคยถูกธนาคารเก่าปิดประตู (กลุ่มรายได้ไม่ประจำ, อาชีพใหม่ ๆ) มีโอกาสกู้เงินครั้งแรกได้ผลดีที่ตามมาคือการเข้าถึงเงินในระบบ (financial inclusion) ให้คนไทยอีกหลายล้านคน

3 กลุ่มทุนผู้คว้าใบอนุญาต — ใครเป็นใคร?

เรื่องนี้เป็นนโยบายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยวางแผนและออกแบบเกณฑ์มาอย่างยาวนาน และมีเกณฑ์ให้ Virtual Bank ที่ให้บริการต้องมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 5,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาทในระยะต่อไป อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเข้มงวดเท่ากับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ดังนั้นเรื่องความน่าเชื่อถือไม่ต้องกังวล เพราะเงินฝากได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเหมือนกัน
.
โดยเมื่อวันที่19 มิถุนายน 2568 ธปท. ประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีผู้สมัครทั้งหมด 5 ราย แต่ผ่านเกณฑ์เพียง 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 — Ascend Money (ทรูมันนี่)

ผู้เล่นที่มีฐานผู้ใช้ TrueMoney กว่า 30 ล้านคน คือหนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญ เพราะมีข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ในมือมหาศาล การต่อยอดจาก e-wallet สู่ธนาคารเต็มรูปแบบจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ

กลุ่มที่ 2 — กรุงไทย ร่วมกับ AIS และ OR

หลังได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้ง "ธนาคารคลิกซ์" (Clix) เพื่อดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) กลุ่มนี้ผสมผสานความแข็งแกร่งของธนาคารรัฐ เครือข่ายโทรคมนาคม ปั๊มน้ำมัน และพลังงาน ถือเป็นการรวมตัวของ ecosystem ที่ครอบคลุมชีวิตประจำวันคนไทยมากที่สุด

กลุ่มที่ 3 — SCBX ร่วมกับ KakaoBank และ WeBank (WeTechnology) SCBX

เปิดตัวบริษัท "BankX" เป็นแกนหลัก โดยดึงเทคโนโลยีจาก KakaoBank ธนาคารดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ที่มีผู้ใช้กว่า 24 ล้านคน และ WeBank จากจีนที่เป็นผู้นำด้าน AI-driven lending มาใช้ในประเทศไทย

ทั้ง 3 กลุ่มมีเวลา 1 ปีนับจากวันอนุมัติ หมายความว่าจะต้องเปิดให้บริการภายในกลางปี 2569 นี้ 🔥

ผลกระทบต่อระบบการเงินไทย — เกมเปลี่ยนจริงหรือแค่กระแส?

สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ "สงครามดอกเบี้ย" ที่กำลังจะเกิดขึ้น Virtual Bank มีต้นทุนดำเนินการต่ำกว่าธนาคารแบบดั้งเดิมอย่างมาก เพราะไม่ต้องจ่ายค่าสาขา ค่าพนักงาน และค่าบริหารจัดการเอกสาร ดังนั้นจึงมีศักยภาพที่จะ "ให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่า" และ "คิดดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่า" ธนาคารทั่วไป

สำหรับคนทั่วไป นี่คือข่าวดี โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ ข้อมูลจาก ธปท. ระบุว่าไทยมีประชากรที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบจำนวนมาก Virtual Bank จะช่วยปิดช่องว่างนี้โดยใช้ข้อมูลพฤติกรรมการเงิน เช่น ประวัติการชำระค่าสินค้า การโอนเงิน หรือแม้แต่พฤติกรรมการใช้แอปต่าง ๆ มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนสลิปเงินเดือน

นักวิเคราะห์จาก CGSI ประเมินว่า Virtual Bank จะกระทบ margin ของธนาคารดั้งเดิม "เล็กน้อยถึงปานกลาง" โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยที่เป็นส่วนที่ margin สูงที่สุด เหตุผลชัดเจน เพราะ Virtual Bank มีต้นทุนดำเนินการต่ำกว่ามาก ไม่มีสาขา ไม่มีพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ จึงสามารถ "ให้ดอกเบี้ยฝากสูงกว่า" และ "คิดดอกเบี้ยกู้ต่ำกว่า" เพื่อแย่งลูกค้า

บทเรียนจากฮ่องกงชี้ให้เห็นว่า Virtual Bank ให้ดอกเบี้ยออมทรัพย์สูงถึง 2 - 6.3% (บางแห่งมีโปรโมชันสูงสุด 6.3% สำหรับยอดจำกัด) ขณะที่ธนาคารดั้งเดิมให้ดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.001–0.25% สำหรับไทย ถ้า Virtual Bank เสนอดอกเบี้ยฝากที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ จะเกิด "deposit migration" คือเงินฝากไหลจากแบงก์ใหญ่ไปยัง Virtual Bank ซึ่งจะกดดัน funding cost ของธนาคารดั้งเดิมให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากเกาหลีใต้และฮ่องกงบอกว่า Virtual Bank ไม่ได้ "ทำลาย" ธนาคารดั้งเดิม แต่บังคับให้ปรับตัว ธนาคารที่มี digital transformation แข็งแกร่งอยู่แล้ว จะรอดไปได้ ส่วนธนาคารที่ช้า จะเสียส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม retail

นักลงทุนควรมองอย่างไร?

แล้วหุ้นตัวไหนได้ ตัวไหนเสีย? เรามาแยกเป็น 2 ฝั่ง

👉🏻 ฝั่ง "ได้ประโยชน์" — หุ้นที่เล่น Virtual Bank โดยตรง

SCBX (SCB)

ตั้ง "BankX" ร่วมกับ KakaoBank และ WeBank ถือหุ้น 90% ทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท ราคาปัจจุบันแถว 145 บาท (52-week range: 111-149.50 บาท) ถ้า BankX ทำกำไรได้เร็วกว่าที่ตลาดคาด จะเป็น catalyst สำคัญ แต่ข้อเสียคือ valuation ค่อนข้างเต็มที่ P/E ประมาณ 11x และ SCBX เพิ่งทิ้งดีล Home Credit Vietnam มูลค่า 31,000 ล้านบาท เพื่อโฟกัส Virtual Bank แสดงว่า all-in กับเกมนี้จริง ๆ

KTB (กรุงไทย)

ร่วมกับ AIS และ OR ตั้ง "Click Bank" จุดแข็งคือฐานผู้ใช้แอปเป๋าตัง 33 ล้านคนที่พร้อม convert เป็นลูกค้า Virtual Bank ทันที นักวิเคราะห์มองว่า KTB จะ "ได้ประโยชน์มากที่สุด" จาก Virtual Bank เพราะเป็นทั้งผู้เล่นและผู้ได้เปรียบจากข้อมูลลูกค้าภาครัฐ Dividend yield สูงถึง 7.15% ราคาซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานกว่า 33%

ADVANC (AIS)

พันธมิตรในกลุ่ม Click Bank ข้อมูลพฤติกรรมจากฐานลูกค้าโทรคมนาคมจะเป็น "เชื้อเพลิง" สำคัญสำหรับ AI credit scoring นักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมาย 390 บาท คาดกำไรโต 7.9% ในปี 2569 พร้อม dividend yield 4.3%

GULF

ถือหุ้นใน ADVANC และเป็นพันธมิตรในกลุ่ม Click Bank นักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมาย 59-76.50 บาท คำแนะนำ Outperform

👉🏻 ฝั่ง "ถูกกดดัน" — หุ้นแบงก์ที่ไม่มี Virtual Bank

KBANK (กสิกร)

CEO ประกาศชัดว่า "ยังไม่สนใจสมัคร Virtual Bank" เพราะมองว่าไม่ต่างจากบริการที่มีอยู่แล้ว ข้อดีคือไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่ข้อเสียคือถ้า Virtual Bank แย่งลูกค้ารายย่อยไปได้จริง KBANK จะถูกกระทบโดยตรงในส่วน retail banking ที่เป็นจุดแข็ง P/E ปัจจุบันประมาณ 7.6x ซึ่งถูกที่สุดในกลุ่ม แต่ก็สะท้อน discount ของตลาดที่มีต่อ growth outlook

BBL (กรุงเทพ)

ไม่มี Virtual Bank play เช่นกัน P/E ประมาณ 6.9x โฟกัสกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (corporate banking) ซึ่งจะถูกกระทบน้อยกว่าเพราะ Virtual Bank เน้นรายย่อย แต่ upside จำกัดในสภาวะดอกเบี้ยขาลง

กลยุทธ์ลงทุน — ซื้อ ถือ หรือขาย?

สำหรับนักลงทุนที่ต้องตัดสินใจตอนนี้ แนวทางที่เหมาะสมน่าจะเป็น

มุมที่ 1: หุ้นแบงก์ยังเป็น "income play" ที่น่าสนใจ

แม้กำไรจะลด แต่ dividend yield 5-8% ยังสูงกว่าเงินฝากหลายเท่า นักวิเคราะห์ CGSI ยังคงเลือก SCB และ KTB เป็น top picks ในกลุ่ม โดยเฉพาะ KTB ที่ได้ทั้ง dividend และ upside จาก Virtual Bank

มุมที่ 2: Virtual Bank เป็น "long game" ไม่ใช่ short-term catalyst

ประสบการณ์จากฮ่องกงบอกว่า Virtual Bank ใช้เวลาเกือบ 5 ปีกว่าจะมีกำไร (ZA Bank เพิ่งมีกำไรครั้งแรกในครึ่งแรกปี 2568 ที่ 49 ล้านเหรียญฮ่องกง หลังเปิดมาตั้งแต่ปี 2563) ดังนั้นอย่าคาดหวังว่า BankX หรือ Click Bank จะทำกำไรให้บริษัทแม่ในปีแรก ๆ

มุมที่ 3: ระวัง "valuation trap"

KakaoBank เคยมี market cap สูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ตอน IPO ปี 2564 (หุ้นพุ่ง 80% วันแรก) แต่ปัจจุบันเหลือแค่ประมาณ 7,500 ล้านดอลลาร์ ร่วงกว่า 75% นั่นคือบทเรียนว่า "ธีม Virtual Bank" อาจถูก overprice ได้ง่าย ถ้าตลาด hype เกินจริง

⚠️ บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึกเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save