
เมื่อ ‘ผมบาง’ คือวาระแห่งชาติ เจาะหุ้น 88TH ผู้ปั้น LYO แชมพูแบรนด์ไทยคู่ใจคนกลัวหนังศีรษะปฏิเสธเส้นผม
ปัญหา “ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่แค่เรื่องของ "คนแก่" อีกต่อไป... เพราะในยุคนี้ เส้นผมคือความมั่นใจ และในเชิงโครงสร้างตลาด นี่คือปัญหาที่กระทบคนไทยหลายล้านคน กลายเป็น Health Pain Point ที่มีมูลค่ามหาศาล
โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน (25–45 ปี) ที่กำลังเผชิญกับ 3 ตัวเร่ง อย่าง ความเครียดสะสม ฝุ่น PM 2.5 และการทำเคมี ส่งผลให้การดูแลเส้นผมถูกยกระดับจากเรื่อง "ความสวยงาม" สู่การ "ดูแลสุขภาพระยะยาว" (Health & Wellness)
วันนี้เรา The Money Trends จะพาไปดูหุ้นที่เกาะกระแสนี้ได้อย่างน่าสนใจ นั่นคือ บริษัท 88 THAILAND (88TH) เจ้าของแบรนด์ดัง LYO ที่เพิ่งเข้าตลาดไปเมื่อปลายปี 2568 ว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้บ้าง?
แรงขับเคลื่อนตลาด Market Drivers
เทรนด์การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในฐานะส่วนหนึ่งของสุขภาพ ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก 3 แกนสำคัญ ได้แก่
- Aging Society การเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ทำให้ปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะอ่อนแอขยายตัวในวงกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่วัยทำงานถึงผู้สูงอายุ
- Urban Crisis หรือความเครียดของคนเมืองและมลภาวะอย่าง PM 2.5 เร่งให้ปัญหาเส้นผมเกิดเร็วและรุนแรงขึ้นในกลุ่มอายุ 25–45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของตลาด
- Wellness Shift ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวมากกว่าความงามฉาบฉวย หันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน โปร่งใส และมีที่มาจากธรรมชาติหรือสมุนไพร ส่งผลให้เทรนด์ Organic–Herbal Beauty ขยับจากตลาดเฉพาะกลุ่ม สู่ตลาดแมสที่มีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง
เมื่อแรงขับเคลื่อนเหล่านี้มาบรรจบกัน จึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่วางตำแหน่งถูกจุดสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด
กรณีศึกษา LYO จากวิกฤตสู่โอกาสใหม่
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า 88 THAILAND เริ่มต้นและโด่งดังมาจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม LYO แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทได้ก่อตั้งธุรกิจมาเกือบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2015) โดยเริ่มต้นจากแบรนด์เครื่องสำอาง "Ver.88" เป็นผลิตภัณฑ์แรก
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัทเกิดขึ้นในปี 2020 ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ขณะที่หลายธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทาย 88 THAILAND กลับมองเห็นโอกาสครั้งใหญ่จาก Pain Point ของผู้บริโภคที่ไม่สามารถออกไปทำผมนอกบ้านได้ บริษัทได้เปิดตัว "แชมพูปิดผมขาว" ในรูปแบบซอง ราคา 59 บาท ซึ่งใช้งานง่ายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในช่วงนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของบริษัทประกอบด้วย 3 แบรนด์หลักใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่
- เครื่องสำอาง Ver.88
- ดูแลเส้นผม LYO แบรนด์เรือธงที่แข็งแกร่งและสร้างการจดจำได้มากที่สุด
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Hone
โดยหนึ่งในข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ แม้รายได้ของบริษัทจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายกลับ "ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ" ในทุกๆ ปี โดยปรับตัวจากประมาณ 49% ในปี 2565 ลงมาอยู่ที่ 42% ในปี 2566 และลดลงต่อเนื่องเหลือเพียง 36% ในช่วงครึ่งแรกของปีล่าสุด ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพของแบรนด์ (Marketing Efficiency)
อีกทั้ง 88 THAILAND ยังประสบความสำเร็จในการเป็นบริษัท Omni-Channel (Online-Offline) อย่างเต็มตัว ทั้งขยายสู่ Modern Trade เช่น 7-Eleven, Big C และบุกตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง
ส่องหุ้น 88TH: ผลประกอบการและอนาคต
บริษัทเข้าเทรดในตลาด mai เมื่อ 3 ต.ค. 2568 (ราคา IPO 5.45 บาท) แม้ปัจจุบันราคาหุ้นยัง Laggard ต่ำกว่าจอง ราคา ณ วันที่ 12 มกราคม 2569 อยู่ที่ 4.18 บาท แต่พื้นฐานกลับสวนทาง
- สินค้ากลุ่ม Hair Care เป็นสินค้าใช้แล้วหมดไป (Consumable) ทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้สูง
- Valuation ปัจจุบันเทรดที่ P/E ต่ำกว่ากลุ่ม แม้ P/BV จะสูงกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหุ้นเติบโต
- ในไตรมาส 3/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 25.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.97 ล้านบาท
- รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 167.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.65%
- ในงวด 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิรวม 75.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 32.47 ล้านบาทในปีก่อน
แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) โดยเฉพาะ LYO Anti-Hair Loss และ LYO Herbal เติบโตโดดเด่นถึง 29.01% และ 145.73% ตามลำดับ สะท้อนการตอบรับที่ดีต่อเทรนด์สมุนไพรและการดูแลสุขภาพเส้นผมจากรากฐาน ขณะที่บางผลิตภัณฑ์อย่าง LYO Hair Color ชะลอตัวลง แต่ภาพรวมยังคงเติบโต
ด้านช่องทางจำหน่าย ช่องทางออนไลน์เป็นดาวเด่น มีรายได้เพิ่มขึ้น 114.64% สอดคล้องกับกลยุทธ์ Omni-channel ของบริษัท ขณะที่ Modern Trade และตัวแทนจำหน่ายยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดแมส
📍 สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 20–30% จากฐานรายได้ปี 2568 ที่คาดไว้ราว 600 ล้านบาท ขณะที่ในเชิงมูลค่า ปัจจุบันหุ้น 88TH ซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด แม้ P/BV จะอยู่ในระดับสูงกว่าตลาด สะท้อนมุมมองและความคาดหวังต่อการเติบโตในอนาคตของธุรกิจ
🔍 ความเสี่ยงที่ต้องจับตา (Risk Factors)
แม้อนาคตจะดูสดใส แต่นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงประกอบด้วย อาทิ
- การแข่งขัน ตลาด Herbal Shampoo อาจมีคู่แข่งรายใหญ่ลงมาเล่น
- Key Man Risk ความสำเร็จของ LYO ผูกติดกับภาพลักษณ์ของคุณหนุ่ม กรรชัย ค่อนข้างมาก หากมีการเปลี่ยนแปลงอาจกระทบความเชื่อมั่นแบรนด์หรือไม่
- การพึ่งพาสินค้า รายได้หลักยังมาจาก LYO เป็นส่วนใหญ่ (Concentration Risk)
⚠️ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ได้เป็นการชี้นำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
