เมื่อ ‘ผมบาง’ คือวาระแห่งชาติ เจาะหุ้น 88TH ผู้ปั้น LYO แชมพูแบรนด์ไทยคู่ใจคนกลัวหนังศีรษะปฏิเสธเส้นผม

เมื่อ ‘ผมบาง’ คือวาระแห่งชาติ เจาะหุ้น 88TH ผู้ปั้น LYO แชมพูแบรนด์ไทยคู่ใจคนกลัวหนังศีรษะปฏิเสธเส้นผม

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

12 January 2026

ปัญหา “ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่แค่เรื่องของ "คนแก่" อีกต่อไป... เพราะในยุคนี้ เส้นผมคือความมั่นใจ และในเชิงโครงสร้างตลาด นี่คือปัญหาที่กระทบคนไทยหลายล้านคน กลายเป็น Health Pain Point ที่มีมูลค่ามหาศาล

โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน (25–45 ปี) ที่กำลังเผชิญกับ 3 ตัวเร่ง อย่าง ความเครียดสะสม ฝุ่น PM 2.5 และการทำเคมี ส่งผลให้การดูแลเส้นผมถูกยกระดับจากเรื่อง "ความสวยงาม" สู่การ "ดูแลสุขภาพระยะยาว" (Health & Wellness)

วันนี้เรา The Money Trends จะพาไปดูหุ้นที่เกาะกระแสนี้ได้อย่างน่าสนใจ นั่นคือ บริษัท 88 THAILAND (88TH) เจ้าของแบรนด์ดัง LYO ที่เพิ่งเข้าตลาดไปเมื่อปลายปี 2568 ว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้บ้าง?

แรงขับเคลื่อนตลาด Market Drivers

เทรนด์การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในฐานะส่วนหนึ่งของสุขภาพ ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก 3 แกนสำคัญ ได้แก่

  • Aging Society การเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ทำให้ปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะอ่อนแอขยายตัวในวงกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่วัยทำงานถึงผู้สูงอายุ

  • Urban Crisis หรือความเครียดของคนเมืองและมลภาวะอย่าง PM 2.5 เร่งให้ปัญหาเส้นผมเกิดเร็วและรุนแรงขึ้นในกลุ่มอายุ 25–45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของตลาด

  • Wellness Shift ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวมากกว่าความงามฉาบฉวย หันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน โปร่งใส และมีที่มาจากธรรมชาติหรือสมุนไพร ส่งผลให้เทรนด์ Organic–Herbal Beauty ขยับจากตลาดเฉพาะกลุ่ม สู่ตลาดแมสที่มีขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง

เมื่อแรงขับเคลื่อนเหล่านี้มาบรรจบกัน จึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่วางตำแหน่งถูกจุดสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด

กรณีศึกษา LYO จากวิกฤตสู่โอกาสใหม่

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า 88 THAILAND เริ่มต้นและโด่งดังมาจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม LYO แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทได้ก่อตั้งธุรกิจมาเกือบ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2015) โดยเริ่มต้นจากแบรนด์เครื่องสำอาง "Ver.88" เป็นผลิตภัณฑ์แรก

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัทเกิดขึ้นในปี 2020 ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ขณะที่หลายธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทาย 88 THAILAND กลับมองเห็นโอกาสครั้งใหญ่จาก Pain Point ของผู้บริโภคที่ไม่สามารถออกไปทำผมนอกบ้านได้ บริษัทได้เปิดตัว "แชมพูปิดผมขาว" ในรูปแบบซอง ราคา 59 บาท ซึ่งใช้งานง่ายและตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในช่วงนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลิตภัณฑ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของบริษัทประกอบด้วย 3 แบรนด์หลักใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่

  • เครื่องสำอาง Ver.88
  • ดูแลเส้นผม LYO แบรนด์เรือธงที่แข็งแกร่งและสร้างการจดจำได้มากที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Hone

โดยหนึ่งในข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ แม้รายได้ของบริษัทจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายทางการตลาดเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อยอดขายกลับ "ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ" ในทุกๆ ปี โดยปรับตัวจากประมาณ 49% ในปี 2565 ลงมาอยู่ที่ 42% ในปี 2566 และลดลงต่อเนื่องเหลือเพียง 36% ในช่วงครึ่งแรกของปีล่าสุด ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพของแบรนด์ (Marketing Efficiency)

อีกทั้ง 88 THAILAND ยังประสบความสำเร็จในการเป็นบริษัท Omni-Channel (Online-Offline) อย่างเต็มตัว ทั้งขยายสู่ Modern Trade เช่น 7-Eleven, Big C และบุกตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง

ส่องหุ้น 88TH: ผลประกอบการและอนาคต

บริษัทเข้าเทรดในตลาด mai เมื่อ 3 ต.ค. 2568 (ราคา IPO 5.45 บาท) แม้ปัจจุบันราคาหุ้นยัง Laggard ต่ำกว่าจอง ราคา ณ วันที่ 12 มกราคม 2569 อยู่ที่ 4.18 บาท แต่พื้นฐานกลับสวนทาง

  • สินค้ากลุ่ม Hair Care เป็นสินค้าใช้แล้วหมดไป (Consumable) ทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้สูง
  • Valuation ปัจจุบันเทรดที่ P/E ต่ำกว่ากลุ่ม แม้ P/BV จะสูงกว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหุ้นเติบโต
  • ในไตรมาส 3/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 25.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.97 ล้านบาท
  • รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 167.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.65%
  • ในงวด 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิรวม 75.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 32.47 ล้านบาทในปีก่อน

แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) โดยเฉพาะ LYO Anti-Hair Loss และ LYO Herbal เติบโตโดดเด่นถึง 29.01% และ 145.73% ตามลำดับ สะท้อนการตอบรับที่ดีต่อเทรนด์สมุนไพรและการดูแลสุขภาพเส้นผมจากรากฐาน ขณะที่บางผลิตภัณฑ์อย่าง LYO Hair Color ชะลอตัวลง แต่ภาพรวมยังคงเติบโต

ด้านช่องทางจำหน่าย ช่องทางออนไลน์เป็นดาวเด่น มีรายได้เพิ่มขึ้น 114.64% สอดคล้องกับกลยุทธ์ Omni-channel ของบริษัท ขณะที่ Modern Trade และตัวแทนจำหน่ายยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดแมส

📍 สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 20–30% จากฐานรายได้ปี 2568 ที่คาดไว้ราว 600 ล้านบาท ขณะที่ในเชิงมูลค่า ปัจจุบันหุ้น 88TH ซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด แม้ P/BV จะอยู่ในระดับสูงกว่าตลาด สะท้อนมุมมองและความคาดหวังต่อการเติบโตในอนาคตของธุรกิจ

🔍 ความเสี่ยงที่ต้องจับตา (Risk Factors)

แม้อนาคตจะดูสดใส แต่นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงประกอบด้วย อาทิ

  • การแข่งขัน ตลาด Herbal Shampoo อาจมีคู่แข่งรายใหญ่ลงมาเล่น
  • Key Man Risk ความสำเร็จของ LYO ผูกติดกับภาพลักษณ์ของคุณหนุ่ม กรรชัย ค่อนข้างมาก หากมีการเปลี่ยนแปลงอาจกระทบความเชื่อมั่นแบรนด์หรือไม่
  • การพึ่งพาสินค้า รายได้หลักยังมาจาก LYO เป็นส่วนใหญ่ (Concentration Risk)

⚠️ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ได้เป็นการชี้นำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save