เจาะมุมคิด ‘พี่กวี’ กลยุทธ์ลงทุนไทยในวันที่โลกผันผวน เมื่อ Megatrend และพายุภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเรา ‘รู้’ ทัน

เจาะมุมคิด ‘พี่กวี’ กลยุทธ์ลงทุนไทยในวันที่โลกผันผวน เมื่อ Megatrend และพายุภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเรา ‘รู้’ ทัน

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

06 March 2026

ในวันที่พาดหัวข่าวเศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยเมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอน ทั้งความเสี่ยงจากกำแพงภาษีในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ การเข้ามาดิสรัปต์อุตสาหกรรมของ AI รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่ดูจะขยายวงกว้าง ปฏิเสธไม่ได้ว่านักลงทุนไทยหลายคนกำลังเผชิญกับ ภาวะตื่นตระหนกและเกิดคำถามสำคัญว่า

“เราจะปกป้องพอร์ตการลงทุนให้รอดพ้นจากสมรภูมิความผันผวนนี้ได้อย่างไร?”

The Money Trends มีโอกาสพูดคุยกับ "พี่กวี" (กวี ชูกิจเกษม) นักกลยุทธ์การลงทุนระดับแนวหน้าของไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi Securities เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้

พี่กวีชี้ให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจว่า หากนักลงทุนทำความเข้าใจ Megatrend ของโลกอย่างถ่องแท้ และมองเห็นจุดแข็งที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทย เราจะพบว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความเสี่ยง แต่ยังมี "โอกาสมหาศาล" ซ่อนอยู่ หากเราเลือกเข้าลงทุนในจังหวะและมูลค่า (Valuation) ที่เหมาะสม

การลงทุนควรเป็นเรื่องของการมองระยะไกล

คุณกวี เปรียบเทียบว่า ความผันผวนของสถานการณ์ในตลาดทุนที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะสงคราม โควิด 19 หรือวิกฤติการเงิน ณ เวลาที่มันเกิดขึ้นล้วนดูหน้ากลัว พี่กวีเปรียบเทียบว่า คล้ายกับแบคทรีเรีย เชื้อโรคหรือเซลล์มะเร็งแบบใกล้ๆ ถ้าซูมดูจะพบว่ามันดูน่ากลัวเหมือนมอนสเตอร์ มีขนาดใหญ่ มีขน และมีรอยหยักยึกยือเต็มไปหมด

แต่ในทางกลับกัน หากเรามองจากระยะไกลๆ เราก็จะไม่เห็นความน่ากลัวของเชื้อโรคเหล่านั้นเลย

คุณกวีนำภาพจำนี้มาเปรียบเทียบกับการลงทุนว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นในระยะสั้นนั้นดูน่ากลัว (เหมือนการส่องเชื้อโรคใกล้ๆ) แต่หากเราถอยออกมามองภาพรวมในระยะยาว เช่น มองย้อนกลับไปสัก 100 กว่าปี เราจะไม่เห็นความน่ากลัวของความผันผวนนั้น และจะพบความจริงว่า หุ้นคือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในระยะยาวเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น

หุ้นกลุ่มไหนกำแพงภาษี Trump ทำอะไรเราไม่ได้?

เมื่อพูดถึง Donald Trump ทุกคนมักนึกถึง "กำแพงภาษี" (Tariff) ที่รุนแรง แต่หากเราวิเคราะห์เชิงโครงสร้างตามที่พี่กวีชี้ให้เห็น เราจะพบ "จุดตาย" ของนโยบายนี้ ทรัมป์มุ่งเป้าไปที่สินค้าที่จับต้องได้ (Tangible Goods) เช่น รถยนต์ เหล็ก หรือแผงโซลาร์เซลล์ แต่เขาแทบไม่เคยแตะต้อง "ภาคบริการ" (Service Sector) เลย

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะ

- โครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐฯ กว่า 70-80% ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ (เช่น การเงิน, ซอฟต์แวร์, แพลตฟอร์มดิจิทัล) ขณะที่ภาคการผลิตมีเพียง 20%

- การเกินดุลที่มั่นคง

แม้อเมริกาจะขาดดุลการค้าสินค้ามหาศาล แต่เขากลับ "เกินดุลภาคบริการ" ทั่วโลก การขึ้นภาษีในส่วนนี้จึงเสี่ยงต่อการถูกโต้กลับ (Retaliation) ซึ่งจะทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เจ็บหนักกว่าใครเพื่อน

ในมุมการลงทุนไทย ธุรกิจที่เน้นบริการและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศจึงเป็น "เกราะป้องกัน" ชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสื่อสาร (Telecom) ที่รองรับการใช้ Data ที่ไม่มีวันลดลง, กลุ่มการเงิน (Banking) และ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

"อเมริกาขาดดุลการค้า แต่เขาเกินดุลบริการ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ขึ้นภาษีธุรกิจบริการ เพราะถ้าโดนสวนกลับมา เขาจะเจ็บหนักกว่า"

เราไม่ได้สร้าง AI แต่เราเป็น "บ้าน" ของ Data Center

อีกหนึ่งมุมมองสวนกระแสของพี่กวีที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ "กำแพงภาษีแผงโซลาร์เซลล์ 100%" ที่อเมริกาตั้งกับไทย พี่กวีมองว่านี่ไม่ใช่ข่าวร้าย แต่คือการ "ยืนยัน" ว่าไทยคือศูนย์กลางพลังงานสะอาดในอาเซียนที่แม้แต่มหาอำนาจยังต้องเกรงกลัว

แม้ไทยจะไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปหรือคิดค้นโมเดล AI แต่เรามีจุดแข็งที่เป็น "แม่เหล็ก" ดึงดูด Tech Giants (Google, Microsoft, Amazon) ให้ต้องเข้ามาตั้ง Data Center ในไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วย

  • Utility ที่เสถียร โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของไทยมั่นคงกว่าประเทศเพื่อนมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Data Center ที่ล่มไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

  • ทรัพยากรที่เหมาะสม เรามีแสงแดด (Solar) มหาศาล มีแหล่งน้ำสำหรับระบายความร้อน และมีราคาที่ดินที่ยังไม่สูงเกินไป

  • Ecosystem บังคับ เมื่อข้อมูลมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน บริษัทระดับโลกต้องหาที่ตั้งที่เสถียรที่สุดในภูมิภาค แม้ Data Center จะจ้างงานโดยตรงเพียง 15% แต่ประโยชน์ที่แท้จริงคือการสร้าง Ecosystem ที่ทำให้ธุรกิจไทยเข้าถึง AI ในต้นทุนที่ถูกลง และเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในระดับโลก

Aging Society: เปลี่ยนวิกฤตประชากรให้เป็น "หุ้นโรงพยาบาล"

สังคมสูงวัย (Aging Society) มักถูกมองว่าเป็นภาระต่อเศรษฐกิจ แต่สำหรับไทย นี่คือ Megatrend ที่เรา "รับมือได้ดีที่สุด" แม้เราจะผลิตเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงเองไม่ได้ แต่เราคือ "ผู้ให้บริการที่ยอดเยี่ยม"

ไทยมี Supply Chain ทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ:

  • เรามีโรงเรียนผลิตพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลจำนวนมาก
  • ระบบประกันสุขภาพและโลจิสติกส์สาธารณสุขพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
  • ไทยโดดเด่นในเรื่อง Longevity (การมีอายุยืนยาว) และการดูแลสุขภาพระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลก ธุรกิจโรงพยาบาลและบริการที่เกี่ยวเนื่องจึงเป็น Megatrend ที่ยั่งยืนและยากที่ใครจะมาแย่งชิงตำแหน่งนี้ไปจากเราได้ในเร็ววัน

กลยุทธ์ "แผ่นดินไหวแบบญี่ปุ่น" ลงทุนด้วยสติผ่าน Asset Allocation

พี่กวีเปรียบเทียบการลงทุนกับ "การรับมือแผ่นดินไหวของคนญี่ปุ่น" คนญี่ปุ่นไม่ได้เก่งกว่าเรา แต่เขา "รู้" ขั้นตอน 1-2-3-4 เมื่อเกิดเหตุการณ์ ทำให้เขาไม่สติแตก ตลาดหุ้นก็เช่นกัน หากเรามีความรู้เป็นเกราะป้องกัน เราจะไม่ตื่นตระหนกยามตลาดผันผวน ดังนั้น

  • อย่าพยายามทำนายสงครามหรือวิกฤตที่ไม่มีใครคาดเดาได้ (Unpredictable)
  • ใช้การจัดพอร์ตแบบ Asset Allocation กระจายไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (หุ้นโลก, พันธบัตร, ทองคำ)
  • แนะนำการลงทุนผ่าน MSCI World Index คือดัชนีอ้างอิงมาตรฐานระดับสากลที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่จาก 23 ประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก (Developed Markets) ซึ่งเป็นเสมือนธรรมชาติคัดสรร (Survival of the Fittest) หุ้นตัวไหนไม่ดีจะถูกคัดออก หุ้นตัวไหนเติบโตจะถูกดึงเข้ามา ดังเช่นกรณีของ Nvidia ที่อาจเคยอยู่อันดับ 999 จนก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในปัจจุบัน

"ความรู้มันจะทำให้เราไม่กลัว และไม่สติแตกตอนที่มันเกิดเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น... ตลาดหุ้นก็เหมือนกัน คุณจะไม่สติแตกเพราะคุณรู้"

สรุป

การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในยุคที่โลกผันผวน ไม่ได้วัดกันที่ใครมีข้อมูลเร็วกว่า แต่อยู่ที่ใครมี วินัย อดทน หาความรู้ และปรับตัว ได้ดีกว่ากัน ในวันที่ตลาดไม่มีประสิทธิภาพเหมือนเมื่อ 50 ปีก่อน เราอาจเอาชนะตลาดได้ยากขึ้น แต่เราก็มีโอกาสในการเข้าถึงสินทรัพย์ทั่วโลกได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับการให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save