Wellness Tourism 2026: เมื่อ ‘สุขภาพดี’ คือสินทรัพย์ที่คุ้มค่าที่สุดของการลงทุน

Wellness Tourism 2026: เมื่อ ‘สุขภาพดี’ คือสินทรัพย์ที่คุ้มค่าที่สุดของการลงทุน

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

27 February 2026

โลกทุกวันนี้หมุนเร็วจนบางครั้งเราก็แอบเหนื่อย ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และผลกระทบจากโรคระบาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราทุกคนต้องปรับตัวกันอย่างหนัก แต่ในวิกฤตเหล่านั้นได้ทิ้งบทเรียนที่สำคัญที่สุดเอาไว้ นั่นคือ ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เปราะบางและมีค่าที่สุดสำหรับมนุษย์คือ "สุขภาพ"

ผู้บริโภคในยุคหลัง COVID-19 เริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง และนั่นได้นำมาสู่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เวลานี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนย้ายความสนใจจากการ "รักษาเมื่อป่วย" ไปสู่การยอมจ่ายเงินเพื่อ "ซื้อสุขภาพดี" ล่วงหน้ากันแล้ว

พูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแสชั่วคราว แต่นี่คือ "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" ของพฤติกรรมมนุษย์และระบบสาธารณสุขโลกอย่างแท้จริง

ทำไม Wellness Tourism ถึงเป็นขุมทรัพย์แห่งอนาคต?

InnovestX ได้แชร์ไว้ในหนังสือ Future Trends Aheads 2026 ถึงตัวเลขสถิติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าปัจจุบันราว 74% ของการเสียชีวิตทั่วโลกเกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจและมะเร็ง แต่ความจริงที่น่าตกใจและเป็นจุดพลิกผันของอุตสาหกรรมนี้คือ กว่า 80% ของโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้หากมีการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ดี ด้วยเหตุนี้ Wellness Tourism จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้คนที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนไปพร้อมกับการฟื้นฟูร่างกาย

เพื่อให้เห็นภาพการเติบโต ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ได้คาดการณ์ทิศทางที่น่าสนใจไว้ดังนี้

  • Wellness Tourism จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10.2% ต่อปี ในระหว่างปี 2023-2028
  • ตัวเลขการเติบโตนี้สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ Wellness โลกที่คาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 7.3% ต่อปี
  • สิ่งนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การเดินทางเพื่อสุขภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่มีแรงส่งสูงอย่างต่อเนื่องในทศวรรษหน้า

และที่น่าภูมิใจคือ ประเทศไทยของเราเป็นผู้เล่นสำคัญระดับโลกในเวทีนี้ด้วย

ในปี 2023 มูลค่าตลาด Wellness Tourism ของไทยอยู่ที่ 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เราติดอันดับที่ 15 ของโลก สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าไทยมีศักยภาพสูงมาก ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอุตสาหกรรมบริการที่พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดโลกที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เจาะลึก 4 โอกาสทอง : เมื่อเทรนด์สุขภาพเข้าสู่ยุค Personalization

ตลาด Wellness Tourism ไม่ใช่แค่การไปสปาหรือนวดผ่อนคลายอีกต่อไป เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการ "สุขภาพแบบเฉพาะบุคคล" ตลาดนี้จะแตกแขนงและแบ่งเซกเมนต์ชัดเจนขึ้นเป็น 4 กลุ่มใหญ่

1. Holistic and Experiential Programs (การดูแลสุขภาพเชิงลึกและองค์รวม)

เป็นการดูแลที่เน้นความสมดุลของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ผ่านกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เช่น โภชนบำบัด การออกกำลังกาย และการฟื้นฟูจิตใจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ โปรแกรมของชีวาศรม หัวหิน ที่เน้นการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม หรือการจัดแพ็กเกจเข้าพักหลายวัน เช่น 3, 5, 7 หรือ 10 คืน เพื่อการฟื้นฟูอย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคลแบบ Tailor-made ทั้งการดีท็อกซ์หรือโภชนาการ

2. Specialized Medical Wellness Tourism (การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เฉพาะทาง)

กลุ่มนี้จะขยับเข้าใกล้การแพทย์ขั้นสูงมากขึ้น เป็นการรับบริการเช่น การตรวจสุขภาพเชิงลึก การตรวจฮอร์โมน การตรวจรหัสพันธุกรรม หรือเทคโนโลยีชีวภาพที่ช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงโรค

ตัวอย่างเช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพระดับพรีเมียมของโรงพยาบาลชั้นนำ การตรวจพันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยงโรค รวมถึงศัลยกรรมความงามและการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

3. Niche Wellness Market (ตลาด Wellness สำหรับกลุ่มเฉพาะ)

บริการที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการเฉพาะทาง ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ คลินิกเฉพาะทางเพศสภาพ (LGBTQ+) ที่ดูแลทั้งการให้ฮอร์โมน การปรับรูปลักษณ์ และสุขภาพจิต หรือ Digital Detox Retreats ที่เน้นการตัดขาดจากอุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อลดความเครียด ตลอดจนโปรแกรมฟื้นฟูสำหรับผู้สูงอายุ นักกีฬา หรือคนทำงานหนัก

4. Integrated Wellness Tourism Ecosystem (การผสานธุรกิจเพื่อสร้างระบบนิเวศ Wellness)

นี่คือสุดยอดของความครบวงจร เป็นการผสานโรงพยาบาล คลินิก โรงแรม โครงการอยู่อาศัย และบริการด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์แบบครบลูปตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการใช้ชีวิตจริง

โมเดลที่เห็นภาพชัดคือ BDMS Silver Wellness and Residence ซึ่งเป็นโครงการ mixed-use ที่รวมคลินิก โรงแรม และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย หรือโครงการอสังหาฯ อย่าง ตรีวนันดา ภูเก็ต รวมถึงความร่วมมืออย่าง BDMS Wellness Clinic x ศรีพันวา ภูเก็ต ที่ผสานวิวทะเลเข้ากับบริการแพทย์เฉพาะทาง

แผนที่การลงทุน : เม็ดเงินกำลังไหลไปที่ไหน?

ในมุมมองของการลงทุน ธีม Wellness Tourism คือการลงทุนระยะยาวที่อิงไปกับการเติบโตแบบโครงสร้าง โอกาสทำกำไรนั้นซ่อนอยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างหลากหลาย

โอกาสในตลาดหุ้นไทย

กลุ่มที่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนที่สุดคือกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH, PR9, BCH, CHG) สถิติที่น่าสนใจคือ รายได้ด้าน Wellness ของ BDMS มีการเติบโตเฉลี่ยถึง 22% ต่อปี และ BH เติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี ในช่วงปี 2019-2024 แต่ระบบนิเวศนี้กว้างกว่านั้นครับ ยังครอบคลุมถึงกลุ่มการแพทย์เฉพาะทาง (MASTER, KLINIQ, MEDEZE), สปา (SPA, ONSENS), โรงแรม (AWC, ERW, CENTEL, MINT) ไปจนถึงสนามบินและสายการบิน (AOT, AAV, BA, THAI) ที่ล้วนได้ประโยชน์จากการขยายตัวนี้

โอกาสในตลาดหุ้นต่างประเทศ

หากคุณมองหาการเติบโตระดับโลก (Global Scale) มี 2 แนวโน้มหลักที่โดดเด่นมากที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วม:

* ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1

จากที่เคยใช้เพียงรักษาเบาหวานและลดน้ำหนัก วันนี้ยากลุ่มนี้กำลังก้าวไปสู่การรักษาโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ตลาดนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่า 48.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 สู่การคาดการณ์ที่ 268 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2034 โดยมีหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดอย่าง Eli Lilly

* การรักษาโรคมะเร็งแบบแม่นยำ (Precision Oncology)

เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยพัฒนายาที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรารอดชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ Roche, Novartis และ Merck

การลงทุนในเทรนด์สุขภาพไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรเรื่องตัวเลข แต่คือการลงทุนใน "คุณค่า" ที่จับต้องได้ที่สุดของมนุษยชาติ ทิศทางของเงินทุนระดับโลกชี้ชัดว่า ตลาดพร้อมจะให้รางวัลกับธุรกิจที่สามารถส่งมอบอายุขัยที่ยืนยาวและมีคุณภาพให้กับผู้คนได้

โลกหมุนเร็วขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่คุณในฐานะนักลงทุนต้องมีไม่ใช่แค่ความทะเยอะทะยานหรือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องมี ‘แผนที่’ เพื่อใช้นำทางเคลื่อนผ่านพายุที่โหมซัดเข้ามาทุกทิศทางอย่างมั่นคง “Future Trends Ahead 2026” คือ ‘แผนที่’ นั้น

สำหรับคนที่สนใจหนังสือ “Future Trends Aheads 2026” หนังสือรวมเทรนด์สำคัญ 62 เทรนด์เพื่อการลงทุนในปี 2026 สามารถสั่งซื้อได้แล้วทั้งออนไลน์และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

🛒 เป็นเจ้าของคัมภีร์เทรนด์ธุรกิจและการลงทุนแห่งปีได้แล้ววันนี้! สั่งซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์

👉 สั่งซื้อออนไลน์: https://s.shopee.co.th/1gDTdVPvHc

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save