
เจาะหุ้น STECON ด้วยมุมมองปัจจัยพื้นฐาน หุ้นรับเหมาฯ ดาวเด่น รับกระแส “ภูมิใจไทย” ตั้งรัฐบาล
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ภายหลังผลการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดด้วยชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยที่กวาดที่นั่ง ส.ส. ไปได้ถึง 194 ที่นั่ง ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าจะเกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่สูง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนหันกลับมาโฟกัสหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการเมืองและนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะ “STECON” หรือ บมจ.สเตคอน กรุ๊ป
STECON ถูกจัดให้เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม “หุ้นสีน้ำเงิน” ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล, ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างโดดเด่นและเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาสะสมตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อดักรอความชัดเจนทางการเมืองและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกมุมมองจาก 3 โบรกเกอร์ชั้นนำว่า STECON มีความน่าสนใจอย่างไรในเชิงพื้นฐานและมูลค่าที่ซ่อนอยู่
ความน่าสนใจของ STECON ไม่ได้มีเพียงแค่ปัจจัยบวกทางการเมืองเท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 3 แห่ง จะเห็นจุดแข็งที่สอดคล้องกัน ดังนี้
1. หลักทรัพย์กสิกรไทย (KS)
ทาง KS มองภาพรวมของ STECON ในเชิงบวก โดยให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 10.52 บาท (ณ วันที่วิเคราะห์) โดยมีประเด็นสำคัญ คือ
• รายได้ทำจุดสูงสุดใหม่
KS คาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 4/2568 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเร่งตัวของโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่จะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
• การจัดการความเสี่ยงที่ดี
แม้จะมีเหตุการณ์ถนนยุบในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ แต่ทางบริษัทฯ ยืนยันว่าผลกระทบจำกัดและส่วนใหญ่เคลมประกันได้ สะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงการที่ดี
• แนวโน้มปี 2569
คาดการณ์รายได้จะเติบโตอย่างน้อย 5% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งงานก่อสร้างและธุรกิจใหม่
2. หลักทรัพย์เคจีไอ (KGI)
ทาง KGI แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 7.70 บาท (ณ วันที่วิเคราะห์) โดยเน้นไปที่ศักยภาพในการเติบโตระยะยาว
• งานในมือ (Backlog) มหาศาล
ณ สิ้นปี 2568 คาดว่า STECON จะมี Backlog เกือบ 1 แสนล้านบาท (ไม่รวมโครงการอู่ตะเภา) และยังมีโครงการภาคเอกชนที่รอเซ็นสัญญาในครึ่งปีแรกของปี 2569 อีกกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท
• ฟ้าหลังฝนของงานภาครัฐ
KGI ประเมินว่าโครงการภาครัฐมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท จะเริ่มขับเคลื่อนได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 หลังจากจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เสร็จสิ้น ซึ่งเป็นโอกาสใหญ่ของ STECON
• ผลประกอบการฟื้นตัว
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จะพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีที่แล้ว และปี 2569 จะเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
3. หลักทรัพย์หยวนต้า (Yuanta Securities)
ทาง Yuanta ให้มุมมองที่น่าสนใจในเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน (Valuation) โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 8.00 บาท (Upside สูงกว่า 40%)
• ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด
STECON ถือหุ้น GULF อยู่จำนวน 226.5 ล้านหุ้น ซึ่งหากคิดตามราคาตลาด มูลค่าหุ้น GULF ที่ถืออยู่จะคิดเป็นมูลค่าถึง 6.10 บาทต่อหุ้น STECON ซึ่ง "สูงกว่า" ราคาหุ้น STECON ในกระดานเสียอีก (ณ วันที่วิเคราะห์) เท่ากับว่านักลงทุนได้ธุรกิจก่อสร้างฟรี
• รายได้เร่งตัว
มองสอดคล้องกับโบรกอื่นว่ารายได้ไตรมาส 4/2568 จะเร่งตัวขึ้นทำจุดสูงสุดของปี จากงานโรงไฟฟ้าโซลาร์และ Data Center
• ราคาถูกมาก (ณ วันที่วิเคราะห์)
ปัจจุบันหุ้นเทรดกันที่ P/BV เพียง 0.4 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างมาก
กล่าวโดยสรุปคือ หุ้น STECON กลับมาอยู่ในสปอตไลท์อีกครั้งด้วยแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1) เสถียรภาพทางการเมือง จากชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยที่เอื้อต่อการผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2) พื้นฐานบริษัทที่แข็งแกร่ง ด้วย Backlog ระดับแสนล้านและธุรกิจใหม่ (Data Center/พลังงาน) ที่เริ่มสร้างรายได้ และ 3) มูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ยัง Laggard เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ถือครอง (หุ้น GULF) เมื่อผนวกกับมุมมองเชิงบวกจากทั้ง KS, KGI และ Yuanta ที่ต่างแนะนำ "ซื้อ" โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตในปี 2569 ทำให้ STECON เป็นหุ้นที่นักลงทุนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด ในฐานะหุ้นเด่นรับธีมการเมืองนิ่งและเศรษฐกิจฟื้นตัว
หมายเหตุ : บทความนี้เรียบเรียงจากบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนการลงทุน
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
