NI225 ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีชนะ S&P500

NI225 ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นที่ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีชนะ S&P500

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

25 August 2026

ถ้าไม่ลงทุนใน S&P500 บนโลกนี้จะมีดัชนีอื่นอีกไหมที่น่าลงทุนในระยะยาว แถมยังให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี “ชนะ” ดัชนีชื่อดังที่คนไทยหลายคนรู้จัก

คำตอบคือ ‘มี’
และอาจอยู่ใกล้ตัวคนไทยกว่าที่ใครหลายคนคิด

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมากระแสของการลงทุนใน S&P500 กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง มีคำถามมากมายที่ก่อให้เกิดการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ เช่น “ถือ S&P500 ไม่มีวันขาดทุน” “S&P500 คือการลงทุนที่ดีที่สุด” หรือ “ถ้าไม่ลงทุน S&P500 จะลงทุนอะไรดี” ฯลฯ

แต่แท้จริงแล้วหากมองสถิติ 10 ปีย้อนหลัง การลงทุนในดัชนี S&P500 เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดหรือไม่ ? คำตอบคือ ‘ไม่ใช่’ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เพราะมีดัชนีตัวหนึ่งที่ทำผลงานย้อนหลัง 10 ปี ได้เฉือนชนะ S&P500 นั่นคือ “ดัชนี NI225” หรือ Nikkei Index หุ้น 225 ตัว ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพดังนี้

ในแง่ของดัชนีตลาด ถ้าเราเปรียบเทียบ performance ของทั้ง 2 ดัชนี ย้อนหลัง 10 ปี จะเป็นดังนี้ (เปรียบเทียบช่วงปี 2016)

  • ดัชนี NI225 จาก 18,427 จุด สู่วันนี้ 65,906 จุด เป็นการปรับตัวขึ้น 257%
  • ดัชนี S&P500 จาก 2,165 จุด สู่วันนี้ 7,652 จุด เป็นการปรับตัวขึ้น 253%

ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น เฉือนชนะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไป 4% แม้ตัวเลขนี้จะดูน้อย แต่ขอลองมาเปรียบเทียบผลงานเสมือนลงทุนจริง ๆ ผ่านกองทุนรวม ที่ลงทุนในดัชนีทั้ง 2 บ้าง จะเป็นดังนี้

  • กองทุน SCBNK225: มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 10 ปี +15.84%
  • กองทุน SCBS&P500: มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 10 ปี +11.84%

ถ้าเรา DCA กองทุน SCBNK225 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เดือนละ 10,000 บาท มาวันนี้เงินก้อนนี้จะกลายเป็น 2,897,091 บาท

ขณะเดียวกัน ถ้าเรา DCA ในกองทุน SCBS&P500 มาวันนี้ เราจะมีเงิน 2,278,897 บาท ความต่างผลตอบแทนจะอยู่ที่ราว 6.1 แสนบาท !!!

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า S&P500 ไม่ได้เป็น “คำตอบเดียว” ของการลงทุนระยะยาวเสมอไป ดัชนีอื่นอย่าง Nikkei 225 ก็สามารถทำผลตอบแทนได้ไม่แพ้กัน หรืออาจจะทำได้ดีกว่าในบางช่วงเวลาด้วยซ้ำ ทว่าหัวใจสำคัญของการลงทุนไม่ใช่การมองหาแค่ผลตอบแทน หาว่าอะไรที่ดีที่สุด

แต่เป็นการลงทุนโดยคำนึงถึงความเสี่ยง และกระจายความเสี่ยงไปยังหลายตลาด หลายสินทรัพย์
เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเราสามารถอยู่รอดได้ในทุกสภาวะตลาด

ทำความรู้จักตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดที่ให้คุณค่ากับหุ้น Value

Nikkei 225 คือ ดัชนีหุ้นที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 1950 โดยในตลาดหุ้นจะมีทั้งกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ (25%) อุตสาหกรรมยานยนต์ (20%) สินค้าอุปโภคบริโภค (15%) การเงินการธนาคาร (15%) และอื่น ๆ โดยครอบคลุมบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota, Sony, Fast Retailing (UNIQLO) หรือแบรนด์รองเท้าขวัญใจมหาชนอย่าง ASICS หลาย ๆ ชื่อที่บริษัทข้างต้นล้วนเป็นผู้นำในตลาดโลกที่ครองใจใครหลายคน

หนึ่งในจุดแข็งของตลาดหุ้นญี่ปุ่น คือ ความหลากหลายของอุตสาหกรรมในดัชนีที่ช่วยกระจายความเสี่ยงให้นักลงทุน เนื่องจากแต่ละอุตสาหกรรมมีวงจรธุรกิจที่แตกต่างกัน เมื่ออุตสาหกรรมหนึ่งชะลอตัว อีกอุตสาหกรรมก็อาจกำลังเติบโต

แม้เราอาจไม่คุ้นเคยกับบริษัทในตลาดหุ้นญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่ญี่ปุ่นจะไม่มีดาวเด่น เรื่องนี้สะท้อนผ่านการลงทุนของ 'วอเรนต์ บัฟเฟตต์' ที่ทยอยเข้าซื้อ 5 หุ้นยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2020 แถมไม่ใช่การซื้อแบบน้อย ๆ แต่ซื้อจน Berkshire Hathaway มีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ถึงตัวละ 10%

นอกจากนี้ข้อมูลจาก Finnomena Funds ยังระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นเพียงไม่กี่ประเทศบนโลกที่หุ้น Value ชนะหุ้น Growth ผ่านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเปรียบเทียบกับ หุ้นโลก และหุ้นสหรัฐฯ

มาถึงตรงนี้ใครที่เคยมองข้ามตลาดหุ้นเอเชีย อาจจะถึงเวลาที่จะลองเปิดใจ บินกลับมาชายตามองประเทศเพื่อนบ้านเรามากขึ้นก็ไม่เสียหายอะไร

**หมายเหตุ

1. บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรพิจารณาความเสี่ยงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
2.ผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save