ถ้าไม่ลงทุนใน S&P500 บนโลกนี้จะมีดัชนีอื่นอีกไหมที่น่าลงทุนในระยะยาว แถมยังให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี “ชนะ” ดัชนีชื่อดังที่คนไทยหลายคนรู้จัก
คำตอบคือ ‘มี’
และอาจอยู่ใกล้ตัวคนไทยกว่าที่ใครหลายคนคิด
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมากระแสของการลงทุนใน S&P500 กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง มีคำถามมากมายที่ก่อให้เกิดการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ เช่น “ถือ S&P500 ไม่มีวันขาดทุน” “S&P500 คือการลงทุนที่ดีที่สุด” หรือ “ถ้าไม่ลงทุน S&P500 จะลงทุนอะไรดี” ฯลฯ
แต่แท้จริงแล้วหากมองสถิติ 10 ปีย้อนหลัง การลงทุนในดัชนี S&P500 เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดหรือไม่ ? คำตอบคือ ‘ไม่ใช่’ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เพราะมีดัชนีตัวหนึ่งที่ทำผลงานย้อนหลัง 10 ปี ได้เฉือนชนะ S&P500 นั่นคือ “ดัชนี NI225” หรือ Nikkei Index หุ้น 225 ตัว ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพดังนี้
ในแง่ของดัชนีตลาด ถ้าเราเปรียบเทียบ performance ของทั้ง 2 ดัชนี ย้อนหลัง 10 ปี จะเป็นดังนี้ (เปรียบเทียบช่วงปี 2016)
- ดัชนี NI225 จาก 18,427 จุด สู่วันนี้ 65,906 จุด เป็นการปรับตัวขึ้น 257%
- ดัชนี S&P500 จาก 2,165 จุด สู่วันนี้ 7,652 จุด เป็นการปรับตัวขึ้น 253%
ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น เฉือนชนะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไป 4% แม้ตัวเลขนี้จะดูน้อย แต่ขอลองมาเปรียบเทียบผลงานเสมือนลงทุนจริง ๆ ผ่านกองทุนรวม ที่ลงทุนในดัชนีทั้ง 2 บ้าง จะเป็นดังนี้
- กองทุน SCBNK225: มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 10 ปี +15.84%
- กองทุน SCBS&P500: มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 10 ปี +11.84%
ถ้าเรา DCA กองทุน SCBNK225 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เดือนละ 10,000 บาท มาวันนี้เงินก้อนนี้จะกลายเป็น 2,897,091 บาท
ขณะเดียวกัน ถ้าเรา DCA ในกองทุน SCBS&P500 มาวันนี้ เราจะมีเงิน 2,278,897 บาท ความต่างผลตอบแทนจะอยู่ที่ราว 6.1 แสนบาท !!!
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า S&P500 ไม่ได้เป็น “คำตอบเดียว” ของการลงทุนระยะยาวเสมอไป ดัชนีอื่นอย่าง Nikkei 225 ก็สามารถทำผลตอบแทนได้ไม่แพ้กัน หรืออาจจะทำได้ดีกว่าในบางช่วงเวลาด้วยซ้ำ ทว่าหัวใจสำคัญของการลงทุนไม่ใช่การมองหาแค่ผลตอบแทน หาว่าอะไรที่ดีที่สุด
แต่เป็นการลงทุนโดยคำนึงถึงความเสี่ยง และกระจายความเสี่ยงไปยังหลายตลาด หลายสินทรัพย์
เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเราสามารถอยู่รอดได้ในทุกสภาวะตลาด
ทำความรู้จักตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดที่ให้คุณค่ากับหุ้น Value
Nikkei 225 คือ ดัชนีหุ้นที่สำคัญที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 1950 โดยในตลาดหุ้นจะมีทั้งกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ (25%) อุตสาหกรรมยานยนต์ (20%) สินค้าอุปโภคบริโภค (15%) การเงินการธนาคาร (15%) และอื่น ๆ โดยครอบคลุมบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota, Sony, Fast Retailing (UNIQLO) หรือแบรนด์รองเท้าขวัญใจมหาชนอย่าง ASICS หลาย ๆ ชื่อที่บริษัทข้างต้นล้วนเป็นผู้นำในตลาดโลกที่ครองใจใครหลายคน
หนึ่งในจุดแข็งของตลาดหุ้นญี่ปุ่น คือ ความหลากหลายของอุตสาหกรรมในดัชนีที่ช่วยกระจายความเสี่ยงให้นักลงทุน เนื่องจากแต่ละอุตสาหกรรมมีวงจรธุรกิจที่แตกต่างกัน เมื่ออุตสาหกรรมหนึ่งชะลอตัว อีกอุตสาหกรรมก็อาจกำลังเติบโต
แม้เราอาจไม่คุ้นเคยกับบริษัทในตลาดหุ้นญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่ญี่ปุ่นจะไม่มีดาวเด่น เรื่องนี้สะท้อนผ่านการลงทุนของ 'วอเรนต์ บัฟเฟตต์' ที่ทยอยเข้าซื้อ 5 หุ้นยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2020 แถมไม่ใช่การซื้อแบบน้อย ๆ แต่ซื้อจน Berkshire Hathaway มีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ถึงตัวละ 10%
นอกจากนี้ข้อมูลจาก Finnomena Funds ยังระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นเพียงไม่กี่ประเทศบนโลกที่หุ้น Value ชนะหุ้น Growth ผ่านการวิเคราะห์ทางเทคนิคเปรียบเทียบกับ หุ้นโลก และหุ้นสหรัฐฯ
มาถึงตรงนี้ใครที่เคยมองข้ามตลาดหุ้นเอเชีย อาจจะถึงเวลาที่จะลองเปิดใจ บินกลับมาชายตามองประเทศเพื่อนบ้านเรามากขึ้นก็ไม่เสียหายอะไร
**หมายเหตุ
1. บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรพิจารณาความเสี่ยงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
2.ผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

ชนะคำสาปคนรวย 3 รุ่น “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำพังR...
มีธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ที่รุ่นพ่อสร้างจากศูนย์ด้วยหยาดเหงื่อ รุ่นลูกรับช่วงต่อแล้วใช้...

ถ้าตอนนี้มีเงินก้อนหนึ่ง และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ ควรซื...
ถ้าวันนี้เรามีเงินก้อนหนึ่งที่พอจะนำเอาไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้นอกเหนือจากการ...

หุ้น EVEANDBOY (EB) ว่าที่น้องใหม่ตลาด SET “ปันผล” ขั้นต่...
วันที่ 10 กันยายน 2569 บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EVEANDBOY เจ้าของร้านเคร...

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี...
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน ...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

