WARRIX หุ้นเสื้อทีมชาติ กับเทรนด์ Activewear ที่กำลังมาแรง โอกาสลงทุนในแบรนด์ไทยที่ได้ประโยชน์จากความนิยมฟุตบอลทีมชาติและกระแสใส่ใจสุขภาพ

WARRIX หุ้นเสื้อทีมชาติ กับเทรนด์ Activewear ที่กำลังมาแรง โอกาสลงทุนในแบรนด์ไทยที่ได้ประโยชน์จากความนิยมฟุตบอลทีมชาติและกระแสใส่ใจสุขภาพ

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

22 May 2026

ถ้าคุณติดตามฟุตบอลทีมชาติไทยมาสักระยะหนึ่ง คงคุ้นเคยกับโลโก้ WARRIX บนหน้าอกเสื้อช้างศึกเป็นอย่างดี แต่รู้ไหมว่าแบรนด์เสื้อกีฬาไทยแท้รายนี้จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ปลายปี 2565 และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันปรับลดลงราว 76% จากราคา IPO ที่ 6.30 บาท

WARRIX หรือ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) เป็นแบรนด์เสื้อกีฬาไทยที่เน้นธุรกิจ Sport & Activewear โดยจุดเด่นหลักคือการเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เสื้อทีมชาติไทย และมีโรงงานผลิตของตัวเอง ปัจจุบันเป็นบริษัทที่จัดหาเสื้อให้กับสโมสรในไทยลีกกว่า 30 ทีม

ตลาดกีฬาและ Activewear ทั่วโลกกำลังเติบโต

ตลาดสินค้ากีฬาและชุดออกกำลังกายทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง Active wear หรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาสำหรับการทำกิจกรรมและการออกกำลังกาย โดยผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน ประสิทธิภาพในการระบายเหงื่อ ยืดหยุ่น และความสวยงาม

โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • กระแส Health & Wellness ที่ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกายมากขึ้น
  • การเติบโตของลีกกีฬาและการแข่งขันในเอเชีย
  • ความนิยมแนวคิด Athleisure ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับฟังก์ชันการใช้งาน จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ประจำวัน

สำหรับประเทศไทย ทีมชาติไทยและไทยลีกมีฐานแฟนบอลที่พร้อมสนับสนุนผ่านการซื้อเสื้อเชียร์

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดไม่ได้แปลว่าทุกแบรนด์จะได้ประโยชน์เท่ากัน ความได้เปรียบจะตกอยู่กับผู้ที่มี “สิทธิ์พิเศษ” ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก และสามารถเชื่อมโยงตัวเองกับเทรนด์ใหญ่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

WARRIX มีอะไรมากกว่า “เสื้อของช้างศึก”?

หากใช้กรอบวิเคราะห์ Business Quality แบบนักลงทุนสถาบัน WARRIX มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายด้าน

  • สัญญาเสื้อทีมชาติไทย ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 (และขยายเวลาอีก 8 ปี ถึงปี 2571) คือ Intangible Asset ที่แข็งแกร่งที่สุดของบริษัท เพราะต้องผ่านการประมูลและได้รับความไว้วางใจจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
  • เทคโนโลยีผ้าของตัวเอง (Combatec, Comba Cool, Comba Lite) ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจ Reseller ทั่วไปที่นำสินค้าต่างชาติมาขาย การมีทรัพย์สินทางปัญญาด้านวัสดุช่วยสร้างอำนาจในการตั้งราคาและรักษา Gross Margin ได้ดีขึ้น
  • การขยายตลาดต่างประเทศ ไปกว่า 6 ประเทศ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดไทยเพียงตลาดเดียว

แต่ต้องพูดตรง ๆ ว่า จุดแข็งของ WARRIX ยังบาง เมื่อเทียบกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike หรือ Adidas บริษัทยังไม่มี Network Effect ระดับสากล และ Switching Cost ของผู้บริโภคในหมวดเสื้อกีฬายังค่อนข้างต่ำ คนสามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ง่ายหากไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนในการภักดี

ตัวเลข 1Q26 บอกอะไร?

WARRIX เข้าตลาด MAI ด้วยราคา IPO 6.30 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ราว 1.48-1.59 บาท Market Cap ประมาณ 888-950 ล้านบาท ข้อมูลสำคัญจากผลประกอบการ 1Q26 (ข้อมูล ณ 18 พฤษภาคม 2569)

  • รายได้ 364 ล้านบาท (+10% y-y) แต่ลดลง -39% จาก 4Q25
  • เริ่มรับรู้รายได้ Royalty fee 2.6 ล้านบาท จากสัญญากับ Himaxx
  • Gross Margin อยู่ที่ 48.8% ซึ่งยังอยู่ในระดับดี
  • SG&A to Sales พุ่งสูงถึง 60.8% (จาก 47.9% ใน 1Q25 และ 48.7% ใน 4Q25) สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ขาดทุนสุทธิ 38 ล้านบาท พลิกจากกำไรทั้ง y-y และ q-q

Krungsri Securities ประเมินว่า 2Q26F น่าจะขาดทุนต่อเนื่อง และคาดว่า Consensus เดิมที่คาดกำไรปี 2026F ไว้ที่ 85 ล้านบาท จะมี Downside อย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโตและเริ่มมีรายได้จาก Royalty fee แต่กำไรอาจไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นได้

โอกาสและความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนัก

โอกาส

  • หากทีมชาติไทยสามารถทำผลงานได้ดีหรือทีมกีฬาไทยมีแฟนคลับมากขึ้นก็จะกระตุ้นยอดขายได้ในระยะสั้น
  • การขยายพอร์ตสัญญาใหม่ (เช่น ฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติ)

ความเสี่ยง

  • ต้นทุน SG&A ที่พุ่งสูง ใน 1Q26 ทำให้ขาดทุน แม้รายได้จะเติบโต
  • สัญญาทีมชาติไทยยังมีอายุถึงปี 2571 แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอยังเป็นคำถามสำคัญ
  • สภาพคล่องในตลาด MAI ยังต่ำ ราคาหุ้นแกว่งแรง

สรุป

WARRIX เป็นหุ้นที่อยู่ตรงจุดตัดระหว่าง เทรนด์กีฬาและ Activewear ที่กำลังเติบโต กับ ความท้าทายในการควบคุมต้นทุน ของบริษัทขนาดกลาง บริษัทมี Story ที่ชัดเจนและมีจุดแข็งจากสัญญาทีมชาติไทย รวมถึง Gross Margin ที่ยังดี แต่ผลประกอบการ 1Q26 ที่ขาดทุน 38 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า รายได้และรายได้ใหม่ (Royalty) ยังเติบโตไม่ทันกับค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับนักลงทุน ควรติดตามอย่างใกล้ชิดว่า บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนและกลับมาเป็นกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หรือไม่ โดยเฉพาะในไตรมาสที่มีอีเวนต์กีฬาใหญ่

⚠️ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save