
WARRIX หุ้นเสื้อทีมชาติ กับเทรนด์ Activewear ที่กำลังมาแรง โอกาสลงทุนในแบรนด์ไทยที่ได้ประโยชน์จากความนิยมฟุตบอลทีมชาติและกระแสใส่ใจสุขภาพ
ถ้าคุณติดตามฟุตบอลทีมชาติไทยมาสักระยะหนึ่ง คงคุ้นเคยกับโลโก้ WARRIX บนหน้าอกเสื้อช้างศึกเป็นอย่างดี แต่รู้ไหมว่าแบรนด์เสื้อกีฬาไทยแท้รายนี้จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ปลายปี 2565 และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันปรับลดลงราว 76% จากราคา IPO ที่ 6.30 บาท
WARRIX หรือ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) เป็นแบรนด์เสื้อกีฬาไทยที่เน้นธุรกิจ Sport & Activewear โดยจุดเด่นหลักคือการเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เสื้อทีมชาติไทย และมีโรงงานผลิตของตัวเอง ปัจจุบันเป็นบริษัทที่จัดหาเสื้อให้กับสโมสรในไทยลีกกว่า 30 ทีม
ตลาดกีฬาและ Activewear ทั่วโลกกำลังเติบโต
ตลาดสินค้ากีฬาและชุดออกกำลังกายทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง Active wear หรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาสำหรับการทำกิจกรรมและการออกกำลังกาย โดยผสมผสานระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน ประสิทธิภาพในการระบายเหงื่อ ยืดหยุ่น และความสวยงาม
โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- กระแส Health & Wellness ที่ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกายมากขึ้น
- การเติบโตของลีกกีฬาและการแข่งขันในเอเชีย
- ความนิยมแนวคิด Athleisure ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับฟังก์ชันการใช้งาน จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ประจำวัน
สำหรับประเทศไทย ทีมชาติไทยและไทยลีกมีฐานแฟนบอลที่พร้อมสนับสนุนผ่านการซื้อเสื้อเชียร์
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดไม่ได้แปลว่าทุกแบรนด์จะได้ประโยชน์เท่ากัน ความได้เปรียบจะตกอยู่กับผู้ที่มี “สิทธิ์พิเศษ” ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก และสามารถเชื่อมโยงตัวเองกับเทรนด์ใหญ่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
WARRIX มีอะไรมากกว่า “เสื้อของช้างศึก”?
หากใช้กรอบวิเคราะห์ Business Quality แบบนักลงทุนสถาบัน WARRIX มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายด้าน
- สัญญาเสื้อทีมชาติไทย ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 (และขยายเวลาอีก 8 ปี ถึงปี 2571) คือ Intangible Asset ที่แข็งแกร่งที่สุดของบริษัท เพราะต้องผ่านการประมูลและได้รับความไว้วางใจจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
- เทคโนโลยีผ้าของตัวเอง (Combatec, Comba Cool, Comba Lite) ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจ Reseller ทั่วไปที่นำสินค้าต่างชาติมาขาย การมีทรัพย์สินทางปัญญาด้านวัสดุช่วยสร้างอำนาจในการตั้งราคาและรักษา Gross Margin ได้ดีขึ้น
- การขยายตลาดต่างประเทศ ไปกว่า 6 ประเทศ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดไทยเพียงตลาดเดียว
แต่ต้องพูดตรง ๆ ว่า จุดแข็งของ WARRIX ยังบาง เมื่อเทียบกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike หรือ Adidas บริษัทยังไม่มี Network Effect ระดับสากล และ Switching Cost ของผู้บริโภคในหมวดเสื้อกีฬายังค่อนข้างต่ำ คนสามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ง่ายหากไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนในการภักดี
ตัวเลข 1Q26 บอกอะไร?
WARRIX เข้าตลาด MAI ด้วยราคา IPO 6.30 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ราว 1.48-1.59 บาท Market Cap ประมาณ 888-950 ล้านบาท ข้อมูลสำคัญจากผลประกอบการ 1Q26 (ข้อมูล ณ 18 พฤษภาคม 2569)
- รายได้ 364 ล้านบาท (+10% y-y) แต่ลดลง -39% จาก 4Q25
- เริ่มรับรู้รายได้ Royalty fee 2.6 ล้านบาท จากสัญญากับ Himaxx
- Gross Margin อยู่ที่ 48.8% ซึ่งยังอยู่ในระดับดี
- SG&A to Sales พุ่งสูงถึง 60.8% (จาก 47.9% ใน 1Q25 และ 48.7% ใน 4Q25) สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 38 ล้านบาท พลิกจากกำไรทั้ง y-y และ q-q
Krungsri Securities ประเมินว่า 2Q26F น่าจะขาดทุนต่อเนื่อง และคาดว่า Consensus เดิมที่คาดกำไรปี 2026F ไว้ที่ 85 ล้านบาท จะมี Downside อย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโตและเริ่มมีรายได้จาก Royalty fee แต่กำไรอาจไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่าย SG&A ที่เร่งตัวขึ้นได้
โอกาสและความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนัก
โอกาส
- หากทีมชาติไทยสามารถทำผลงานได้ดีหรือทีมกีฬาไทยมีแฟนคลับมากขึ้นก็จะกระตุ้นยอดขายได้ในระยะสั้น
- การขยายพอร์ตสัญญาใหม่ (เช่น ฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติ)
ความเสี่ยง
- ต้นทุน SG&A ที่พุ่งสูง ใน 1Q26 ทำให้ขาดทุน แม้รายได้จะเติบโต
- สัญญาทีมชาติไทยยังมีอายุถึงปี 2571 แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอยังเป็นคำถามสำคัญ
- สภาพคล่องในตลาด MAI ยังต่ำ ราคาหุ้นแกว่งแรง
สรุป
WARRIX เป็นหุ้นที่อยู่ตรงจุดตัดระหว่าง เทรนด์กีฬาและ Activewear ที่กำลังเติบโต กับ ความท้าทายในการควบคุมต้นทุน ของบริษัทขนาดกลาง บริษัทมี Story ที่ชัดเจนและมีจุดแข็งจากสัญญาทีมชาติไทย รวมถึง Gross Margin ที่ยังดี แต่ผลประกอบการ 1Q26 ที่ขาดทุน 38 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า รายได้และรายได้ใหม่ (Royalty) ยังเติบโตไม่ทันกับค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับนักลงทุน ควรติดตามอย่างใกล้ชิดว่า บริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนและกลับมาเป็นกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หรือไม่ โดยเฉพาะในไตรมาสที่มีอีเวนต์กีฬาใหญ่
⚠️ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

บัญชีเงินฝากมีประกันอุบัติเหตุให้ด้วย? เช็กสิทธิประโยชน์ท...
บัญชีเงินฝากที่เราใช้ทุกวันไม่ได้มีหน้าที่แค่เก็บเงินหรือทำธุรกรรม เพราะบางบัญชียังมาพร...

ทำไมเศรษฐีตระกูลดิสนีย์ ถึงเรียกร้องให้เก็บภาษี ‘ตน...
‘ภาษี’ หนึ่งในรายจ่ายที่เศรษฐีและคนที่มีรายได้เยอะต้องเจอ ซึ่งเศรษฐีแต่ละคนก็ล้วนหาทางว...

ไม่กล้าคุยเรื่อง “มรดก” เพราะกลัวทะเลาะ กับคน...
ครอบครัวมหาเศรษฐี ก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ เมื่อคนที่สร้างธุรกิจและความมั่งคั่ง ให้กับครอบค...

คนรวยยอมจ่าย ค่าธรรมเนียม TALS 1-3% ให้พอร์ตตัวเอง “...
ทำไมคนรวยระดับโลก ถึงยอมจ่ายค่าธรรมเนียม ดูแลพอร์ตถึง 1-3% เพื่อให้ตัวเอง “ขาดทุน...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
