ทำไมเศรษฐีตระกูลดิสนีย์ ถึงเรียกร้องให้เก็บภาษี ‘ตนเอง’ และคนรวยเพิ่ม

ทำไมเศรษฐีตระกูลดิสนีย์ ถึงเรียกร้องให้เก็บภาษี ‘ตนเอง’ และคนรวยเพิ่ม

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

16 September 2026

‘ภาษี’ หนึ่งในรายจ่ายที่เศรษฐีและคนที่มีรายได้เยอะต้องเจอ ซึ่งเศรษฐีแต่ละคนก็ล้วนหาทางวางแผนภาษีให้ดีที่สุด (ไม่ว่าใช้วิธีขาว, เทา หรือดำ) เพราะทุกคนก็ต่างใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนที่ตนมีอย่างเต็มที่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เหมือนที่เราเคยหยิบเรื่องเศรษฐีที่รวยระดับพันล้านจ่ายภาษีไม่ถึง 4% มาเล่า [อ่านเรื่องนี่ได้ในคอมเมนต์]

แต่บนโลกนี้ก็ยังมีเศรษฐีพันล้านบางกลุ่มที่ยินดีจ่ายภาษี หรือแม้แต่ออกมาเรียกร้องให้มีการเก็บภาษีคนรวยแบบตนมากขึ้น และหนึ่งในคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ก็คือ ‘อบิเกล ดิสนีย์’ (Abigail Disney) ใช่แล้วครับ เห็นนามสกุลแบบนี้ เธอคือทายาทสายตรงของตระกูลดีสนีย์

“เราต้องเก็บภาษีจาก 'ความมั่งคั่ง' ด้วย ไม่ใช่แค่จาก 'รายได้’ เพราะความมั่งคั่ง (ที่มหาเศรษฐีมี) เป็นตัวที่ขยายช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในสังคมให้กว้างขึ้น”

อบิเกล ยังอธิบายต่อว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านภาษีจะช่วยให้ ‘ลดทอนอำนาจของเงิน’ ที่บรรดา Elite ใช้สร้างความสัมพันธ์กับนักการเมืองและใช้เพื่อเอาชนะกฎหมาย หรือเอื้อให้ตนได้ประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรื่องนี้สะท้อนว่าอำนาจของเงินยังทรงพลังเสมอไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก

และที่ในช่วงแรกของบทความที่เราใช้คำว่า ‘เศรษฐีพันล้านบางกลุ่ม’ เป็นเพราะว่าไม่ใช่แค่อบิเกลเท่านั้นที่ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2023 ณ การประชุมสภาเศษรษฐกิจโลก มีการรวมตัวกันของมหาเศรษฐีกว่า 200 ชีวิต เพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลของพวกเขา ‘เก็บภาษีพวกตนเพิ่ม’ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่โลกกำลังเผชิญ

แล้ว 'คนรวย' กับ 'คนจน' ใครเสียภาษีมากกว่ากัน

แนวคิดของ ‘อบิเกล ดิสนีย์’ ทำให้เรานึกถึงคำถามที่ว่า ‘คนรวย กับ คนจน ใครเสียภาษีมากกว่ากัน’ ขึ้นมา

เพราะหากพิจารณาในแง่ของจำนวนเงิน คนรวยย่อมเสียภาษีมากกว่าอย่างแน่นอน เนื่องจากมีรายได้และทรัพย์สินที่มากกว่า ทำให้มีฐานภาษีที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม คนรวยก็มีโอกาสและทางเลือกในการจัดการภาษีที่มากกว่าเช่นกัน

ในทางกลับกัน คนจนเสียภาษีน้อยกว่าในแง่ของจำนวนเงิน เพราะภาษีเก็บจาก “คนที่มีมาก” ผู้มีรายได้น้อยจึงถูกเรียกเก็บภาษีน้อยกว่า

แต่หากพิจารณาในมุมของสัดส่วนการใช้จ่ายเทียบกับรายได้ คนจนกลับแบกรับภาระภาษีที่หนักกว่า ตัวอย่างดังต่อไปนี้

- นาย ก. มีรายได้ 100,000 บาท มีรายจ่าย 50,000 บาท เสียภาษี VAT 7% เท่ากับ 3,500 บาท
- นาย ข. มีรายได้ 10,000 บาท ใช้จ่าย 10,000 บาท เสียภาษี VAT 7% เท่ากับ 700 บาท

ถ้าหากดูเป็นจำนวนเงิน จะพบว่า คนรวยจ่ายภาษีเป็นจำนวนเงินที่มากกว่า แต่เมื่อเทียบภาษีที่จ่ายกับ “รายได้” จะเห็นว่าคนมีรายได้น้อยเสียภาษีในสัดส่วนที่สูงกว่ามาก ประเด็นนี้จึงเป็นหนึ่งในประเด็นที่อบิเกลหยิบยกขึ้นมา ว่าภาษีควรถูกคิดและมองผ่านความมั่งคั่ง ไม่ใช่ที่ตัวเลขรายได้

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรามักได้ยินมาตลอดว่ามหาเศรษฐีไม่อยากจ่ายภาษีเยอะ ทว่าบนโลกนี้ก็มีมหาเศรษฐีอีกมุมหนึ่งเช่นกันที่มองเรื่องนี้ต่างออกไป เขาไม่ได้มองภาษีแค่เป็นรายจ่าย แต่มองถึงผลลัพธ์ที่รัฐบาลอาจนำเงินก้อนนั้นไปสร้างประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ต่อไป ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save