ทำไมคนรวยระดับโลก ถึงยอมจ่ายค่าธรรมเนียม ดูแลพอร์ตถึง 1-3% เพื่อให้ตัวเอง "ขาดทุน"
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปีติดต่อกัน กำลังสร้างปัญหาที่ไม่มีใครอยากเจอให้กับคนกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ นั่นคือกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ เพราะยิ่งกำไรพอร์ตมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลายเป็นภาระ "ภาษีก้อนใหญ่" ที่รอวันถูกเรียกเก็บมากขึ้นเท่านั้น
นี่คือเหตุผลที่มหาเศรษฐีอเมริกันจำนวนมาก กำลังหันไปหากลยุทธ์การลงทุนแบบใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "สร้างผลขาดทุน" ทางภาษี เพื่อเอาไปหักลบกับกำไรก้อนโตที่มีอยู่แล้ว
ข้อมูลจาก Tax Alpha Insider ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์รวมที่ลงทุนในกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว-ระยะสั้นที่คำนึงถึงภาษี หรือที่เรียกกันว่า TALS (tax-aware long-short strategies) นั้น เพิ่มขึ้นจากราว 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 66,000 ล้านบาทในปี 2022 มาเป็นมากกว่า 170 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5,610,000 ล้านบาทในปัจจุบัน
นั่นคือการเติบโตในระดับหลายสิบเท่าภายในเวลาไม่กี่ปี แล้วกลยุทธ์ของ TALS นี้ คืออะไร?
TALS ถูกออกแบบมาให้ติดตามผลตอบแทนของดัชนีหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็สร้างผลขาดทุนทางภาษี ที่เอาไปหักลบกับกำไรจากการขายสินทรัพย์อื่นได้
พูดง่ายๆ คือ นักลงทุนยังได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด แต่ในทางบัญชีภาษีกลับดูเหมือน "ขาดทุน" ทำให้ลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายลดลงไปอย่างมาก
กลุ่มคนที่หันมาใช้วิธีนี้มากที่สุด คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ไม่อยากขายเพราะไม่อยากเสียภาษี เจ้าของธุรกิจที่เพิ่งขายบริษัทไป รวมถึงผู้บริหารที่มีหุ้นบริษัทของตัวเองกระจุกตัวอยู่มาก และยังมีอีกกลุ่มที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือพนักงานบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ถือหุ้นที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องการวิธีบริหารภาษีจากกำไรก้อนนั้น
สำหรับฝั่งอุตสาหกรรมบริหารความมั่งคั่ง นี่อาจเป็นตลาดบริการใหม่ เพราะกลยุทธ์แบบนี้ ซับซ้อนพอที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในระดับสูง และดึงดูดลูกค้าใหม่เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
เรื่องนี้สะท้อนบางอย่างที่ลึกกว่าแค่เรื่องภาษี เพราะยิ่งความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ มากเท่าไหร่ ยิ่งเกิดอุตสาหกรรมที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ เพื่อรักษาความมั่งคั่งนั้นไว้ให้ได้นานที่สุด
แพทเทิร์นแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการวางแผนมรดกที่ช่วยให้ทรัพย์สินหลายพันล้านโอนต่อรุ่นได้โดยแทบไม่เสียภาษี หรือการใช้หุ้นเป็นหลักประกันกู้เงินแทนการขายจริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับ TALS ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกในตระกูลเดียวกัน นั่นคือการหาวิธี "ใช้ประโยชน์จากกฎหมาย"
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของ TALS มักเป็นการ “เลื่อนภาษี" มากกว่าการ "ลบภาษีออกไปถาวร" เมื่อเลิกใช้กลยุทธ์นี้อาจต้องลด leverage และรับรู้กำไรสะสมจำนวนมาก ทำให้เกิดภาษีในภายหลัง นักลงทุนจึงต้องมีแผนทางออกตั้งแต่ต้น
***บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูล และอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุน และการบริหารภาษีในสหรัฐฯ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อ ขาย หรือใช้ผลิตภัณฑ์การลงทุนใดเป็นการเฉพาะ และไม่ใช่การเสนอขายหรือชักชวนให้ลงทุน ผลลัพธ์ ความเสี่ยง และภาระภาษีอาจแตกต่างกันไปตามสถานะของแต่ละบุคคล***
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

บัญชีเงินฝากมีประกันอุบัติเหตุให้ด้วย? เช็กสิทธิประโยชน์ท...
บัญชีเงินฝากที่เราใช้ทุกวันไม่ได้มีหน้าที่แค่เก็บเงินหรือทำธุรกรรม เพราะบางบัญชียังมาพร...

ทำไมเศรษฐีตระกูลดิสนีย์ ถึงเรียกร้องให้เก็บภาษี ‘ตน...
‘ภาษี’ หนึ่งในรายจ่ายที่เศรษฐีและคนที่มีรายได้เยอะต้องเจอ ซึ่งเศรษฐีแต่ละคนก็ล้วนหาทางว...

ไม่กล้าคุยเรื่อง “มรดก” เพราะกลัวทะเลาะ กับคน...
ครอบครัวมหาเศรษฐี ก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ เมื่อคนที่สร้างธุรกิจและความมั่งคั่ง ให้กับครอบค...

ถ้าลงทุนให้ชนะ “เงินเฟ้อจากค่ารักษาที่ 11%” ไม่ได้ ก็ควรท...
เมื่อช่วงต้นปี 2569 สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญ ‘อัตราเงินเฟ้อทางก...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

