
“คนรวย” ไม่ทำประกันได้ไหม? เปิด “ความเสี่ยง” ที่ต้องรับไว้เองหากมีเงิน แต่ไม่ทำประกัน
เรามักจะได้ยินเรื่องเล่าที่ว่า "คนรวยไม่ทำประกัน" เพราะพวกเขามีเงินมากพอที่จะรับมือกับความเสี่ยงได้เอง แล้วในมุมมองทางการเงินจริงๆ แล้ว ทำประกันเป็นสิ่งที่ไม่ทำได้ไหม?
คำตอบคือ "ไม่ทำได้" แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการ "รับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมด" หรือ Risk retention ซึ่งหมายถึงการที่ต้องเตรียมเงินสำรองไว้จำนวนมากให้เพียงพอ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
แต่ๆ ต้องบอกว่าการทำประกันก็ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยงเลยทีเดียว เพราะความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงของบริษัทประกันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เราต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจทำประกันอยู่เสมอ
ดังนั้น วันนี้เราจะมาดูกันว่า ถ้าตัดสินใจไม่ทำประกันเลย จะต้องแบกรับความเสี่ยงอะไรไว้เองบ้าง…
1. ไม่ทำ “ประกันชีวิต”
ในกรณีของคนเป็นเสาหลักของครอบครัว หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งหมดอาจต้องถูกนำมาใช้จ่ายเพื่อดูแลคนข้างหลังจนหมด ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หากมีหนี้สินอยู่ แทนที่ทรัพย์สินที่สะสมมาจะได้ส่งต่อไปที่ทายาท กลับต้องเอามาใช้หนี้แทน อาจกลายเป็นการสูญเสียโอกาสในการส่งต่อมรดก
2. ไม่ทำ “ประกันสุขภาพ”
ก่อนอื่น ต้องบอกว่าค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ยากและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ซึ่งแม้แต่คนที่มีฐานะทางการเงินดีก็อาจต้องนำเงินเก็บทั้งหมดมาใช้เพื่อการรักษาเพียงครั้งเดียวเลยด้วยซ้ำ
ซึ่งสิ่งที่ต้องรับไว้เอง ก็แน่นอนว่า อาจทำให้ขาดสภาพคล่อง หากมีเงินสำรองไว้ไม่มากพอ จนต้องขายทรัพย์สินเพื่อนำมาเป็นค่ารักษาก็เกิดขึ้นได้ รวมทั้งคุณภาพชีวิตหลังป่วย ก็น่าห่วง หากเงินหมดไปกับการรักษา อาจไม่มีเงินเหลือพอที่จะฟื้นฟูร่างกาย หรือใช้ชีวิตหลังการเจ็บป่วยได้อย่างปกติสุข
3. ไม่ทำ “ประกันโรคร้ายแรง”
โรคร้ายแรงไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น ค่าเดินทาง ค่าจ้างผู้ดูแล หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการหยุดพักจากงานเพื่อเข้ารับการรักษา
ความเสี่ยงที่ต้องรับไว้เอง ก็อย่างเช่น ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น ซึ่งนอกจากค่ารักษาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาอีกมากมาย รายได้ที่ขาดหายไปเกิดการหยุดงานเพื่อรักษาตัวทำให้ขาดรายได้ เป็นต้น
4. ไม่ทำประกันวินาศภัยอื่นๆ (ประกันรถยนต์, ประกันบ้าน)
นอกจากความเสี่ยงที่เกิดกับชีวิตเราโดยตรงแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่องของทรัพย์สิน และความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอก(คู่กรณี)ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าความเสียหายค่อนข้างสูงมาก
หากไม่ทำประกันไว้ ความเสี่ยงที่ต้องรับไว้เอง เช่น ความเสียหายของทรัพย์สิน ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์หรือบ้านที่เสียหายเองทั้งหมด หนี้สินที่ตามมา หากรถยนต์หรือบ้านเป็นทรัพย์สินที่ยังผ่อนชำระอยู่ อาจต้องผ่อนต่อไปทั้งๆ ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หากเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ อาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นเองทั้งหมด
ขอย้ำอีกครั้งว่า การไม่ทำประกันไม่ใช่เรื่องผิด แต่คือการตัดสินใจที่จะ "รับความเสี่ยงไว้เอง" ซึ่งหมายถึงการต้องมีเงินทุนสำรอง มีแผนสำรองที่เตรียมไว้แล้วอย่างดี
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือไม่รวย การทำความเข้าใจและวางแผนจัดการกับความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การทำประกันจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน
สุดท้าย การทำประกันไม่ได้หมายถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น แต่เป็นการป้องกันไม่ให้เงินเก็บที่สะสมมาต้องสูญเสียไปกับเหตุการณ์เหล่านั้นต่างหากครับ
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

คนรวยใช้ “ประกันชีวิต” ทำอะไรที่ไม่ใช่แค่ “เป็นทุนไว้ดูแล...
มีบ้านหลายหลัง มีที่ดินหลายแปลง มีธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้าน ทำไมยังต้องซื้อประกันชีวิต? ใ...

“สิ่งที่มันไม่เสีย ก็อย่าไปซ่อม” บทเรียนการเงินจากชายผู้ท...
ถ้าอยากเกษียณตั้งแต่ยังอายุน้อยเหมือนอย่าง อเล็กซ์ ไตรแอส (Alex Trias) การวางแผนการเงิ...

“พ่อต่างหากที่มีเงิน! ลูกไม่มีเงิน!” บทเรียนก...
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เบน แอฟเฟล็ก นักแสดงวัย 52 ปี ได้พาลูกชายอายุ 13 ปี ซามูเอล แอฟเฟ...

“อย่าเสียใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกแล้ว” 10 ข้อที...
ใคร ๆ ต่างก็ผ่านความรู้สึก รู้อย่างนี้ไม่น่าทำเลย หรือน่าจะรู้เร็วกว่านี้ จะได้ไม่ทำ นี...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
