
“สุขภาพยังดี” ยิ่งควรมี “ประกันสุขภาพ” รวม 8 เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิดจนทำให้เลือก “ประกันสุขภาพ” พลาด
ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกันสุขภาพกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่จำเป็นสำหรับทุกคน แม้ว่าความเสี่ยงด้านสุขภาพอาจไม่เกิดขึ้นบ่อยกับทุกคน แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องคิดคือ "หากป่วยแล้ว จะสามารถหาเงินค่ารักษามาจากที่ไหนได้บ้าง"
การวางแผนทางการเงินด้านสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกคนควรมีไว้อย่างน้อย 1-2 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับประกันสุขภาพที่อาจทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด วันนี้เรามาทำความเข้าใจใหม่กับ 7 ข้อที่หลายคนมักเข้าใจผิดกัน
❌ ประกันสุขภาพ = คุ้มครองทุกโรค
✅ ประกันสุขภาพ = ไม่คุ้มครองทุกโรค
ประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน โรคที่อยู่ระหว่างการรักษา โรคที่เกิดจากปัญหาจิตเวชและภาวะทางจิตใจ เช่น โรคเครียด ซึมเศร้า รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคพิษสุราเรื้อรัง การรักษาความงาม ผ่าตัดแปลงเพศ เป็นต้น
❌ ประกันสุขภาพ = เคลมได้ทันที
✅ ประกันสุขภาพ = มีระยะเวลารอคอย
เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้เป็นโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน การเคลมจะทำได้เมื่อพ้นระยะเวลารอคอย (Waiting Period) แล้วเท่านั้น โดยระยะเวลาแตกต่างกันตามประเภทโรค เช่น โรคทั่วไป (เป็นหวัด ท้องเสีย) 30-60 วัน, การผ่าตัดเล็ก 90-120 วัน, โรคร้ายแรง 120-180 วัน เป็นต้น
❌ ประกันสุขภาพ = ประกันโรคร้ายแรง
✅ ประกันสุขภาพ ≠ ประกันโรคร้ายแรง
สำหรับโรคทั่วไป ผู้ป่วยมักใช้เวลารักษาไม่นาน หายแล้วกลับไปทำงานได้เหมือนเดิมได้ แต่โรคร้ายแรงต้องใช้ระยะเวลารักษานาน บางโรคอาจเป็นปี หรือต้องรักษาไปตลอดชีวิต
ข้อแตกต่างสำคัญของ “ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง” คือ ประกันสุขภาพ จะจ่ายสินไหมตามบิลค่ารักษาในโรงพยาบาล แต่ “ประกันโรคร้ายแรง” จะจ่ายสินไหมเป็นเงินก้อนตามวงเงินที่ซื้อประกันไว้ สามารถนำไปใช้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้อย่างอิสระมากกว่า
❌ ค่ารักษาพยาบาลเคลมได้ “เท่ากับ” วงเงินเอาประกัน
✅ ค่ารักษาพยาบาลเคลมได้ “ตามจริง” + “ไม่เกิน” วงเงินเอาประกัน
สำหรับประกันสุขภาพ บริษัทประกันจะจ่ายเงินตามค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น โดยไม่เกินวงเงินที่ซื้อประกันไว้ หากมีประกันสุขภาพหลายกรมธรรม์ สามารถเคลมได้เรียงลำดับจากกรมธรรม์แรก เมื่อวงเงินเต็มแล้วจึงไปเคลมจากกรมธรรม์ถัดไป
❌ เงินชดเชยรายวัน = ชดเชยตามรายได้ที่หายไป
✅ เงินชดเชยรายวัน = ชดเชยตามแผนประกันที่ทำไว้
สำหรับค่าชดเชยนอนโรงพยาบาล (Hospital Benefits หรือ HB) จำนวนเงินที่ได้รับจะขึ้นกับแผนประกันที่เลือกไว้ ไม่ใช่รายได้ที่สูญเสียจริง และหากมีประกันสุขภาพหลายกรมธรรม์ สามารถเคลมเงินชดเชยได้ทุกกรมธรรม์ โดยใช้สำเนาเอกสารที่ประทับตราโรงพยาบาลไปเบิกกับแต่ละบริษัทประกันได้
❌ เบี้ยประกันสุขภาพ = คงที่ไปตลอด
✅ เบี้ยประกันสุขภาพ = ปรับเพิ่มขึ้นได้
เบี้ยประกันสุขภาพจะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงการเกิดโรคก็สูงขึ้นด้วย ซึ่งรูปแบบการปรับเบี้ยมีทั้งรายปี ราย 5 ปี หรือราย 10 ปี ขึ้นกับแผนประกันที่เลือก ดังนั้น การวางแผนทางการเงินจึงควรคำนึงถึงการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันในอนาคตด้วย
❌ ทำประกันสุขภาพ = ต้องตรวจสุขภาพก่อน
✅ ทำประกันสุขภาพ = ตรวจสุขภาพหรือไม่ก็ได้
หากไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วยรุนแรงหรือมีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะไม่จำเป็นต้องให้ตรวจสุขภาพ แต่จะให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพแทน
สิ่งสำคัญคือ ผู้เอาประกันต้องตอบตามความจริงเท่านั้น เพื่อประโยชน์ของตนเองในการเคลมในอนาคต การปกปิดข้อมูลอาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหมได้
❌ ทำประกันสุขภาพ = ต้องซื้อคู่กับ “ประกันชีวิต”
✅ ทำประกันสุขภาพ = ซื้อเดี่ยว ๆ ก็ได้
ในประเทศไทย บริษัทประกัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ บริษัทประกันชีวิต ซึ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย
จริงๆ แล้ว “ประกันสุขภาพ” ถือเป็น “ประกันวินาศภัย” ซึ่งหมายความว่า หากต้องการซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบเดี่ยว ๆ ต้องซื้อจากบริษัทประกันวินาศภัย คล้าย ๆ การซื้อประกันรถยนต์ ประกันบ้าน/คอนโด
แต่สาเหตุที่เรามักจะคุ้นเคยกับการซื้อประกันสุขภาพพ่วงมากับประกันชีวิตนั้นเป็นเพราะมีการอนุโลมให้บริษัทประกันชีวิตสามารถขายประกันสุขภาพได้เช่นกัน แต่ต้องอยู่ในรูปแบบของ สัญญาแนบท้าย หรือที่เรียกว่า อนุสัญญา ของกรมธรรม์ประกันชีวิตเท่านั้น ไม่สามารถซื้อเป็นกรมธรรม์เดี่ยว ๆ จากบริษัทประกันชีวิตได้โดยตรง
ประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินด้านสุขภาพ แต่การทำความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจทำประกันจะช่วยให้เราไม่เกิดความผิดหวังหรือปัญหาในอนาคต
สุดท้ายหากใครเคยเจอประสบการณ์หรือความเข้าใจผิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสุขภาพ สามารถแบ่งปันเป็นความรู้เพิ่มเติมได้ เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลจะช่วยให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นครับ
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

คนรวยใช้ “ประกันชีวิต” ทำอะไรที่ไม่ใช่แค่ “เป็นทุนไว้ดูแล...
มีบ้านหลายหลัง มีที่ดินหลายแปลง มีธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้าน ทำไมยังต้องซื้อประกันชีวิต? ใ...

“สิ่งที่มันไม่เสีย ก็อย่าไปซ่อม” บทเรียนการเงินจากชายผู้ท...
ถ้าอยากเกษียณตั้งแต่ยังอายุน้อยเหมือนอย่าง อเล็กซ์ ไตรแอส (Alex Trias) การวางแผนการเงิ...

“พ่อต่างหากที่มีเงิน! ลูกไม่มีเงิน!” บทเรียนก...
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เบน แอฟเฟล็ก นักแสดงวัย 52 ปี ได้พาลูกชายอายุ 13 ปี ซามูเอล แอฟเฟ...

“อย่าเสียใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกแล้ว” 10 ข้อที...
ใคร ๆ ต่างก็ผ่านความรู้สึก รู้อย่างนี้ไม่น่าทำเลย หรือน่าจะรู้เร็วกว่านี้ จะได้ไม่ทำ นี...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
