
เทรนด์โรงเรียนนานาชาติ ตลาด 34,000 ล้านสำรวจความคาดหวังของนักลงทุน ผ่านหุ้น SISB หุ้นโรงเรียนนานาชาติในตลาดหลักทรัพย์ไทย
ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะสังคมสูงวัย (Aging Population) ธุรกิจหลายภาคส่วนได้รับแรงกดดันจากจำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนนานาชาติกลับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่โดดเด่นและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นตลาดที่เชื่อมโยงโดยตรงกับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงและกระแสการส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Transfer) ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาคุณภาพสูงแก่บุตรหลาน
ภาพรวมตลาดและการเติบโตธุรกิจโรงเรียนเอกชนไทย
ข้อมูลจาก “Krungthai COMPASS ชวนวิเคราะห์” รายงานว่า มูลค่าธุรกิจโรงเรียนเอกชนไทยโดยรวมในปี 2567 อยู่ที่เกือบ 3.1 หมื่นล้านบาท จากผู้ประกอบการ 252 ราย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ โรงเรียนทั่วไป โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนเฉพาะทาง
- โรงเรียนนานาชาติ แม้จะมีผู้ประกอบการเพียง 41 บริษัท แต่มีมูลค่าตลาดสูงสุดถึง 13,500 ล้านบาท คิดเป็น 44% ของมูลค่าธุรกิจรวม
l> อัตราการเติบโต ในช่วงปี 2568-2570 Krungthai COMPASS ประเมินว่ามูลค่าตลาดรวมจะอยู่ที่ 32,000 - 34,000 ล้านบาท ซึ่งอาจขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3.2% การเติบโตนี้ถือว่าชะลอตัวลงจากในอดีต เนื่องจากแรงกดดันจาก Aging Population
การเติบโตที่มาจากการ “อัปราคา” ไม่ใช่ “เพิ่มจำนวน”
แม้ตลาดรวมเติบโตช้าลง แต่รายได้ของผู้ประกอบการยังมีแนวโน้มขยายตัวจากการ เพิ่มรายได้ต่อนักเรียน (Revenue per Student) เพื่อชดเชยจำนวนนักเรียนที่ลดลง ตามจำนวนประชากรวัยเรียนที่คาดว่าจะหดจาก 11.3 ล้านคน (ปี 2567) เหลือ 10.6–11.1 ล้านคน (ปี 2568–2570) ผ่านการเพิ่มคุณค่าและคุณภาพบริการ
ในช่วง 3 ปี (2565–2567) โรงเรียนนานาชาติเป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด มี อัตราเติบโตของรายได้เฉลี่ย 13% ต่อปี และ Net Profit Margin เฉลี่ย 10.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโรงเรียนเอกชนเกือบสองเท่า
มูลค่าตลาดรวมธุรกิจโรงเรียนเอกชนไทยในปี 2567 อยู่ที่ ประมาณ 31,000 ล้านบาท จากผู้ประกอบการ 252 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. โรงเรียนนานาชาติ มูลค่าตลาดสูงสุดราว 13,500 ล้านบาท (44% ของมูลค่าธุรกิจ) จากผู้ประกอบการเพียง 41 ราย ให้การศึกษาแบบหลักสูตรต่างประเทศ เช่น Cambridge และ American Curriculum
2. โรงเรียนเอกชนเฉพาะทาง มีผู้ประกอบการมากที่สุด 177 ราย มูลค่าตลาดราว 13,000 ล้านบาท (42% ของมูลค่าธุรกิจ) เน้นการสอนเฉพาะด้าน เช่น อาชีวศึกษา สถาบันสอนพิเศษ โรงเรียนการบิน
3. โรงเรียนเอกชนทั่วไป ใช้หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เน้นภาษาไทย อาจมีหลักสูตรสองภาษา มูลค่าตลาดรวม 4,400 ล้านบาท (14% ของมูลค่าธุรกิจ) จากผู้ประกอบการ 34 ราย
Demand และปัจจัยอะไรบ้างที่ผลักดันตลาดนี้?
Krungthai COMPASS ระบุว่า โรงเรียนนานาชาติมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ
1. กำลังซื้อสูงและไม่ไหวต่อราคา (High Purchasing Power & Low Price Sensitivity)
ฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้สูง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (Expatriates) ปัจจัยนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ Wealth Transfer ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น ทำให้เกิดกลุ่มผู้ปกครองรุ่นใหม่ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและมองว่าการศึกษาคุณภาพสูงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับอนาคตของบุตรหลาน ทำให้พวกเขามีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่ากลุ่มอื่น
2. ตำแหน่งทางการตลาดระดับพรีเมียม (Premium Positioning)
การใช้หลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น หลักสูตรนานาชาติ (IB), เคมบริดจ์ (Cambridge), และอเมริกัน (American Curriculum) เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างที่ชัดเจนจากโรงเรียนเอกชนทั่วไป
3. ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ (Operational Efficiency)
ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติมีความสามารถในการสร้าง รายได้เสริม เช่น กิจกรรมหลังเลิกเรียน (After-school) การสอนพิเศษ และการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการสร้างรายได้เสริมที่มีอัตรากำไรสูงนี้ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญ เพราะช่วยให้โรงเรียนสามารถเพิ่มรายได้ต่อหัวของนักเรียนได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นค่าเทอม ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของกำไรและป้องกันแรงกดดันด้านราคาในระยะยาว
แรงกดดันจาก Aging Population
ถ้าพูดถึงธุรกิจโรงเรียนความเสี่ยงหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ “จำนวนประชากร”
อ้างอิงจากรายงานของ Krungthai COMPASS ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะสังคมสูงวัย (Aging Population) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขนาดของตลาดการศึกษา มีการคาดการณ์ว่า จำนวนประชากรวัยเรียน (อายุ 3-17 ปี) มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยปีละ -2.2% จาก 11.3 ล้านคนในปี 2567 เหลือเพียง 10.6-11.1 ล้านคนในช่วงปี 2568-2570 ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันต่ออุปสงค์ในตลาดการศึกษาโดยรวม ซึ่งเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ตลาดการศึกษาทั่วไปต้องเผชิญ
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับจำนวนผู้สูงวัย (60 ปีขึ้นไป) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 ระบุว่ามีผู้สูงอายุรวมกว่า 13.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 21.31% ของประชากรไทยทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้เข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์" (Aged Society) และกำลังก้าวไปสู่ "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" (Super Aged Society) ในไม่ช้านี้ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 60-69 ปี ยังคงเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดถึงกว่า 7.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 56.06% ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด
แล้วโรงเรียนนานาชาติจะปรับตัวยังไง? ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเผชิญกับปัญหาสังคมสูงวัยมาก่อนไทย มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการปรับตัวของธุรกิจโรงเรียน ซึ่งสามารถสรุปเป็น 2 กลยุทธ์หลักได้ดังนี้
1. การขยายสาขา (Branch Expansion) เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพิงตลาดในเมืองใหญ่เพียงแห่งเดียว เช่น กรณีของ Hokkaido International School ที่ขยายสาขาจากเมืองหลักอย่าง Sapporo ไปยังเมือง Niseko เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
2. การสร้างเครือข่ายกับโรงเรียนต่างชาติ (Foreign School Network) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงและชาวต่างชาติโดยเฉพาะ โดยใช้แบรนด์ระดับโลกและความเป็นพรีเมียมมาชดเชยจำนวนนักเรียนที่ลดลง เช่น กรณีของ Harrow School (UK) ที่เข้าไปเปิดเครือข่ายในญี่ปุ่น
จากภาพใหญ่สู่กรณีศึกษา หุ้น SISB
หากต้องพูดถึง “หุ้นโรงเรียนนานาชาติ” ในตลาดหลักทรัพย์ไทย ชื่อที่นักลงทุนส่วนใหญ่คิดถึงเป็นอันดับต้น ๆ คือ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ผู้ดำเนินธุรกิจโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ซึ่งใช้หลักสูตรแบบผสมผสานจากสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และ International Baccalaureate (IB) พร้อมใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนภายใต้พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน
ปัจจุบัน SISB มี โรงเรียนเปิดดำเนินงาน 6 สาขา ได้แก่ ประชาอุทิศ, สุวรรณภูมิ, ธนบุรี, นนทบุรี, เชียงใหม่ และระยอง รวมถึงมี อีก 1 สาขาอยู่ระหว่างพัฒนา ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในแผนขยายฐานนักเรียนระยะ 2–3 ปีข้างหน้า
SISB เคยเป็นหุ้นที่แบกความคาดหวังของนักลงทุน โดยราคาจากจุดสูงสุดเคยแตะถึง 45 บาท/ต่อหุ้น
เมื่อมองจากภาพใหญ่ด้านโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้ปกครองระดับมีกำลังซื้อสูง SISB ยังคงยืนอยู่บนเทรนด์ระยะยาวที่แข็งแรง และอาจจะเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในธุรกิจนี้
🔼 Upside Scenario : ปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
1. Pricing Power ที่แข็งแกร่งขึ้น
MD&A ของ SISB ล่าสุดระบุชัดว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 มีปัจจัยสำคัญจาก การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งนักเรียนและผู้ปกครองยังยอมรับได้ดี สะท้อนว่า SISB มีความสามารถในการกำหนดราคาสูง (Pricing Power) อันเป็นจุดเด่นสำคัญของธุรกิจพรีเมียม–คอนซูเมอร์
2. สาขาระยองใกล้จุดคุ้มทุน
ปัจจุบันสาขาระยองมีจำนวนนักเรียนประมาณ 160 คน ขณะที่ระดับ Breakeven อยู่ที่ 200–220 คน หากสามารถเพิ่มนักเรียนถึงจุดคุ้มทุนได้เมื่อใด สาขานี้จะเริ่มสร้างกำไร และช่วยลดภาระต้นทุนคงที่ของบริษัทลงอย่างมีนัยสำคัญ
3. ทำเลใน EEC มีศักยภาพสูง
รายงานของ Krungthai COMPASS ชี้ว่าภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านโรงเรียนนานาชาติสูงที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
การที่ SISB เปิดสาขาที่ระยอง ทำให้บริษัทอยู่ในจุดได้เปรียบในการดึงดูด
- ครอบครัวที่มีรายได้สูง
- ชาวต่างชาติ (Expats) ที่ย้ายเข้ามาทำงานใน EEC
- ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการการศึกษาคุณภาพให้บุตรหลาน
ทั้งหมดนี้เป็นแรงผลักดันให้สาขาระยองมีโอกาสเติบโตแบบรายได้เร่งตัวในอนาคต
🔽 Downside Scenario : ความเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด
1. ความเสี่ยงจาก Overexpansion
การเปิดสาขาใหม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และมีต้นทุนคงที่จำนวนมาก หากสาขาใหม่ (รวมถึงสาขาปทุมธานีในอนาคต) ไม่สามารถดึงดูดนักเรียนได้ตามประมาณการ อาจกดดันทั้งกำไรสุทธิและกระแสเงินสดในระยะสั้น
2. ต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ครูต่างชาติเป็นต้นทุนคงที่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจาก
- การปรับค่าตอบแทนเพื่อรักษาคุณภาพครู
- การจ้างครูเพิ่มเพื่อรองรับนักเรียนใหม่
ด้านนี้อาจกดดันอัตรากำไร หากการเติบโตของนักเรียนไม่เป็นไปตามคาด
3. การแข่งขันในตลาดอาจเพิ่มขึ้น
แม้ธุรกิจนี้มีอุปสรรคทางการเข้าสูง แต่ยังคงดึงดูดผู้เล่นรายใหม่จาก จีน – สิงคโปร์ – สหราชอาณาจักร ซึ่งมีโอกาสเข้ามาเปิดโรงเรียนแบบแฟรนไชส์หรือเครือข่ายนานาชาติ อาจเพิ่มแรงกดดันทั้งด้านราคา การตลาด และครูคุณภาพสูง
4. ภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของค่าเงิน
การที่ผู้บริหารให้เหตุผลว่าภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ต้องปรับลดเป้าจำนวนนักเรียนจาก 5,000 คนเหลือ 4,700 คน อาจกำลังสะท้อนว่าอุปสงค์แม้จะเป็นพรีเมียม แต่ยังคงมีความไวต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม
5. ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจกระทบ
- ค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เป็นสกุลต่างประเทศ
- ความสามารถในการดึงดูดนักเรียนต่างชาติ
งบการเงิน SISB ล่าสุด
ณ วันที่ 30 มกราคม 2026 ราคาหุ้น SISB อยู่ที่ 10.40 บาท โดยมีอัตราส่วน P/E (X) ที่ 9.93
ทั้งนี้ เพจ "เล่าเรื่องหุ้น by อ.โอ๊ค" ได้ทำการวิเคราะห์ถึงประเด็นปัญหาที่ทำให้ราคาหุ้น SISB ปรับตัวลดลงถึง 75% ไว้ว่าเกิดจาก
- การเติบโตชะลอลงหนัก จากเพิ่มนักเรียนได้ปีละ 1,083 คน เหลือเป้าเพียง 400 คน ทำให้มูลค่าที่เคยซื้อขาย P/E 60 เท่า “รับไม่ไหว”
ปี 2021 มีนักเรียน 2,434 คน
ปี 2022 มีนักเรียน 3,114 คน (+เพิ่มมา 680 คน)
ปี 2023: 4,197 คน (+เพิ่มมา 1,083 คน)
ล่าสุด มีการลดเป้าจำนวนนักเรียนทั้งปีจาก 5,000 เหลือ 4,700 คน
- สาขาระยองยังไม่คุ้มทุนมีนักเรียน 160 คน ต่ำกว่า Break-even 200–220 คน กดดันกำไร
- โรงเรียนแห่งใหม่เลื่อนเปิด 1 ปี ทำให้รายได้ใหม่และ Growth Phase ถูกเลื่อนออกไป
อย่างไรก็ตาม ตามรายงานผลการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือน (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568) ระบุว่า
SISB มีรายได้รวม สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 ไว้ว่าบริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,921.10 ล้านบาท, เพิ่มขึ้น 173.80 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.95 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 1,747.30 ล้านบาท
รายได้ค่าธรรมเนียมทางการศึกษาและบริการ สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2568 มีจำนวน 1,850.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147.07 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.63 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

บัญชีเงินฝากมีประกันอุบัติเหตุให้ด้วย? เช็กสิทธิประโยชน์ท...
บัญชีเงินฝากที่เราใช้ทุกวันไม่ได้มีหน้าที่แค่เก็บเงินหรือทำธุรกรรม เพราะบางบัญชียังมาพร...

ทำไมเศรษฐีตระกูลดิสนีย์ ถึงเรียกร้องให้เก็บภาษี ‘ตน...
‘ภาษี’ หนึ่งในรายจ่ายที่เศรษฐีและคนที่มีรายได้เยอะต้องเจอ ซึ่งเศรษฐีแต่ละคนก็ล้วนหาทางว...

ไม่กล้าคุยเรื่อง “มรดก” เพราะกลัวทะเลาะ กับคน...
ครอบครัวมหาเศรษฐี ก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ เมื่อคนที่สร้างธุรกิจและความมั่งคั่ง ให้กับครอบค...

คนรวยยอมจ่าย ค่าธรรมเนียม TALS 1-3% ให้พอร์ตตัวเอง “...
ทำไมคนรวยระดับโลก ถึงยอมจ่ายค่าธรรมเนียม ดูแลพอร์ตถึง 1-3% เพื่อให้ตัวเอง “ขาดทุน...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
