
Escalator of Sadness บันไดเลื่อนที่เศร้าที่สุด เมื่อนักท่องเที่ยวไม่อยากกลับบ้าน หุ้นไทยตัวไหนได้อานิสงส์
หลังช่วงสงกรานต์ หลายคนเริ่มทยอยเดินทางกลับ โดยเฉพาะที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่ได้มีแค่คนไทย แต่ยังเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังเดินทางกลับประเทศของตัวเองเช่นกัน
บนโซเชียลมีเดีย มีการแชร์ภาพที่ถูกเรียกว่า “Escalator of Sadness” ภาพนักท่องเที่ยวลากกระเป๋าเดินขึ้นบันไดเลื่อนอย่างอ้อยอิ่งในวันสุดท้ายของทริป สะท้อนอารมณ์อยากอยู่ต่อมากกว่ากลับบ้าน ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกกันว่า “Thailand Blue Effect” ซึ่งไม่ใช่แค่ความรู้สึกหลังจบทริปทั่วไป แต่เริ่มกลายเป็นพฤติกรรมเชิงโครงสร้าง ที่เปลี่ยนนักท่องเที่ยวจาก “ผู้มาเยือน” ไปสู่ “ผู้บริโภคระยะยาว”
และเมื่อคนกลุ่มนี้กลับมาอีกครั้ง การใช้จ่ายไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่กระจายลึกลงสู่เศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารพร้อมทานและขนมขบเคี้ยวที่หลายคนติดใจจนกลายเป็นการบริโภคซ้ำ สะท้อนพลังของ Soft Power ไทยในรูปแบบที่จับต้องได้จริง
Thailand Blue Effect ไม่ใช่แค่ “นักท่องเที่ยวคิดถึงไทย”
ข้อมูลล่าสุด ณ เมษายน 2569 จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการปรับเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวลงมาอยู่ที่ 30 - 34 ล้านคน (ลดลงราว 18% จากเป้าเดิม) ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความผันผวนของราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ถูก “รีเซ็ต” อย่างชัดเจนไปสู่แนวทาง Value over Volume โดยโฟกัสนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High-Value Tourist) ที่มีพฤติกรรมอยู่ยาว 14–21 วัน และมีการใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น แม้จำนวนคนลดลง แต่ยังตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท จากการใช้เวลาพำนักที่ยาวขึ้น
ในภาพใหญ่ ประเทศไทยกำลังขยับตัวเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม Digital Nomad, Retiree และ Investor ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้แบบ recurring และมีความต่อเนื่องสูงกว่านักท่องเที่ยวระยะสั้นในภูมิภาคอาเซียน
ดังนั้น แม้ “จำนวน” นักท่องเที่ยวจะลดลง แต่ “คุณภาพ” ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคซ้ำในชีวิตประจำวัน (ทั้งระหว่างอยู่ในไทยและการซื้อกลับประเทศ) ทำให้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าช่วงก่อนโควิด
ในบริบทนี้ แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอ ก็อาจไม่ได้กระทบโดยตรง เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักใช้จ่ายจากฐานรายได้ระยะยาว เช่น เงินออม หรือ passive income ไม่ใช่เพียงงบประมาณท่องเที่ยวระยะสั้นอีกต่อไป
2 ขุมทรัพย์ที่ได้อานิสงส์ชัดที่สุด
1. Hospitality & Real Estate จากมา “เที่ยว” เปลี่ยนเป็นมา “ใช้ชีวิต”
สมัยนี้คนมาไทยไม่ใช่แค่เช็คอินถ่ายรูป แต่ต้องการเวลาว่างผสมพักผ่อนกับการทำงานและอยู่ยาว ส่งผลให้ดีมานด์ไม่ได้กระจุกแค่โรงแรม แต่ลามไปถึงที่อยู่อาศัยและบริการระยะยาว
- ERW (The Erawan Group) เจ้าของ Hop Inn ยังครอง Economy-Midscale ที่ตอบโจทย์คนอยู่ยาว เน้น “คุ้มค่า + มาตรฐานดี” ทำให้รายได้ต่อห้องยังทรงตัวได้ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลง
- AP (AP Thailand) กำลังรุกตลาด expat ด้วยแพ็กเกจ LTR Visa + คอนโดใกล้รถไฟฟ้า (เช่น The Address, Rhythm, Life) เปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้กลายเป็น Real Demand ทั้งซื้อและปล่อยเช่า
- MINT (Minor International) & CENTEL (Central Plaza Hotel) โดย MINT ปรับพอร์ตไปเน้น Wellness Destination จับ High Net Worth ส่วน CENTEL ตั้งเป้า Occupancy (อัตราการเข้าพัก) และ RevPAR (รายได้ต่อห้องพักที่พร้อมให้บริการ) ซึ่งเป็น 2 ตัวชี้วัดสำคัญ (KPIs) ในธุรกิจโรงแรมให้โตต่อเนื่อง
- AOT (Airports of Thailand) เติบโตตามจำนวนเที่ยวบิน แม้จะขึ้น PSC เป็น 1,120 บาทตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 (เพิ่มจาก 730 บาท) แต่เงินส่วนนี้จะกลับไปพัฒนาสนามบินเพื่อขยายการรับรองนักเดินทางในระยะยาว และสนับสนุน ecosystem การท่องเที่ยวทั้งระบบ
2. Food & Beverage (FMCG) อาหารไทยใครๆก็ชอบ
นี่คือขุมทรัพย์ที่หลายคนรู้กันดี เพราะเข้าตำรา Value Investing เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์เราต้องได้ใช้ประจำมีความต้องการทั้งจากคนไทยที่ต้องซื้อกินทุกวัน และไม่ใช่แค่ซื้อกินในไทย… คนต่างชาติที่ติด Thailand Blue Effect หลายคนยังแอบใส่ของกึ่งสำเร็จรูปอย่าง “มาม่า” ข้าวเกรียบ หรือเจเล่ ลงในกระเป๋าเดินทางกลับบ้านไปกินต่อ หรือสั่งออนไลน์ส่งให้เพื่อนฝูง ทำให้ยอดขายไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศ แต่ขยายเป็นความต้องการจากลูกค้าต่างชาติตัวจริงที่คิดถึงไทยแม้กลับบ้านแล้ว
- TFMAMA (Thai President Foods) เจ้าตลาด “มาม่า” ยังครองใจชาวต่างชาติ แม้ตลาดโดยรวมชะลอ แต่ recurring income จากคนอยู่ยาวและซื้อกลับบ้านช่วยพยุง
- CHAO (Chaosua Foods) กำลังมาแรงในกลุ่มขนมขบเคี้ยว ครองมาร์เก็ตแชร์สูงในสินค้าประเภทข้าวเกรียบและขนมเนื้อสัตว์ โดยใช้กลยุทธ์ Bring Local to Global ขยายยอดขายผ่าน Modern Trade ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังต่อยอดสินค้าไปสู่กลุ่ม “ขนมเสริมโปรตีน” ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติสายสุขภาพ และผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาของทานเล่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น
- SNNP (Srinanaporn Marketing) ขนมยอดฮิตอย่าง Bento และ Jele ยังแข็งแกร่งในตลาดขนมขบเคี้ยวมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากการจับจ่ายรายวันและซื้อกลับบ้านของ Long-stay Consumers จุดแข็งคือการเป็นสินค้า “กินระหว่างวัน” มากกว่าสินค้าท่องเที่ยว ทำให้ได้อานิสงส์เต็มจากพฤติกรรมของกลุ่ม Long-stay Consumers ที่ไม่ได้ซื้อแค่ครั้งเดียว แต่ซื้อซ้ำในชีวิตประจำวัน และมักซื้อกลับประเทศเป็นของฝาก
3. ร้านค้าปลึก จุดหมายที่ใครๆก็ต้องแวะทั่วประเทศ
CPALL (7-Eleven) เป็นอีกตัวที่ได้อานิสงส์ตรงจากพฤติกรรม “กิน-ใช้ทุกวัน” ของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติที่มอง 7-11 เป็น จุดหมายหนึ่งเมื่อมาเยือนไทย โดยนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมสินค้ากลุ่ม ready-to-eat, เครื่องดื่ม และของทานเล่น ทำให้สินค้าใน 7-Eleven กลายเป็นสิ่งที่ “ต้องลอง” สำหรับต่างชาติ ทำให้เกิดทั้งการซื้อซ้ำระหว่างอยู่ไทย และซื้อกลับประเทศ
โอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนไทยต้องรู้
หลายหุ้นในธีมนี้ยังมี Valuation ที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับกำไรที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะหากแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา ทั้งในรูปแบบ “อยู่ยาว” และ “ซื้อกลับบ้าน” จะช่วยพยุงยอดขายในประเทศที่ยังถูกกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา*
- เศรษฐกิจโลกที่ชะลอ และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน
- นโยบายภาษี เช่น Salt Tax ที่อาจเพิ่มต้นทุนแฝง แม้ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มปรับสูตรเพื่อลดผลกระทบ
- ต้นทุน Supply Chain จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบผ่าน ดันต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น และการนำเข้าสินค้า/วัตถุดิบที่ยากขึ้น
*แม้ผลกระทบจะไม่ได้เกิดทันที แต่เป็น risk ที่อาจค่อย ๆ กด margin โดยเฉพาะกลุ่ม FMCG และธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบหรือ logistics สูง
⚠️ บทความนี้เขียนเพื่อให้ข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึกเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
