“รอก่อน” หรือ “ช้อนซื้อ” เปิดกลยุทธ์สยบสถานการณ์ “ดอย-Time High” ในวันที่ทองคำร่วงสวนทางวิกฤตโลก

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

11 June 2026

ราคาทองคำล่าสุดดิ่งลงอีกครั้ง สวนทางกับสถานการณ์โลกที่กำลังเดือดจัด ทั้งมรสุมเศรษฐกิจและภัยสงครามที่ขยายวงกว้างในหลายภูมิภาค ปรากฏการณ์ลักลั่นนี้ทำเอาคนที่จดๆ จ้องๆ รอช้อนซื้อถึงกับคิดหนัก เพราะกลัวว่าถ้ากระโดดเข้าใส่ตอนนี้แล้วราคายังร่วงไม่หยุด จากที่ตั้งใจจะคว้าโอกาสช่วง All-Time High อาจกลายสภาพเป็นผู้ประสบภัยติด "ดอย-Time High" ไปแทน

มาแกะรอยรอบด้านเพื่อหาดูว่า ควรเดินเกมอย่างไรดีในสภาวะตลาดเช่นนี้

ทำไมราคาทองดิ่ง สวนทางโลกที่กำลังเดือด

ราคาทองคำล่าสุด (11 มิ.ย) ดิ่งลงไปอยู่ที่ 63,550 บาท หรือลงไปมากกว่า 22% จากจุดสูงสุด (All time high) ที่เคยทำได้เมื่อช่วงต้นปีนี้ ทั้งๆ ที่สถานการณ์การสู้รบยังเกิดขึ้นทั่วโลก อีกทั้งความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ ที่น่าจะส่งผลให้เกิดการเก็บทองคำ เลยทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะรายย่อยหลายคนสับสน ว่าทำไมเมื่อโลกกำลัง “เดือด”​ แต่ราคาทองกลับ “ดิ่ง” สวนทาง

เรื่องนี้ต้องไปดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจหลายอย่างที่ส่งผลต่อราคาทอง เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาทะลุระดับ 172,000 ตำแหน่ง อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะ 4.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี รวมถึงความตึงเครียดของศึกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกระฉูดขึ้นถึง 23.5% ที่แม้ปกติแล้วภัยสงครามจะช่วยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาน้ำมันที่แพงจัดกลับไปกระตุ้นให้ตลาดกลัวว่าเงินเฟ้อจะดีดกลับมา

ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คงดอกเบี้ยสูงยาวนาน และมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในปลายปีนี้ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาทันที ทำให้การถือทองเป็นการ “เสียโอกาส” มากกว่าที่จะถือพันธบัตรรัฐบาล

อีกเหตุผลคือ การที่มีแรงขายทองคำสูงมากจนหลุด "เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน" เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี ส่งผลให้บรรดากองทุนขนาดใหญ่และนักลงทุนสถาบันจำเป็นต้องเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อปรับพอร์ตและหันไปกอดเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงด้วย

ปรับฐานก่อน หรือ นอนไปยาวๆ

ถ้าเป็นแบบนี้ควรเทขาย แล้วย้ายไปสินทรัพย์ตัวอื่นงั้นสิ?

คำตอบคือ ใจเย็นก่อน เพราะแม้ว่าราคาจะร่วงจนน่าถอดใจแต่นี่เป็นเพียงการปรับฐานชั่วคราวเพื่อล้างความร้อนแรง (Healthy Correction) หลังจากที่ราคาเคยพุ่งทะยานจนเกินมูลค่าพื้นฐานในช่วงก่อนหน้า

โดยทางด้าน J.P. Morgan คาดการณ์ว่าราคามีโอกาสไต่ระดับขึ้นไปแตะกรอบ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ภายในช่วงปลายปีนี้ถึงปีหน้า และประเมินว่าทองคำยังมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกได้ราว 10-20% ต่อปี โดยให้เหตุผลที่ว่า กระแส De-dollarization หรือการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกเดินหน้ากว้านซื้อทองคำเข้าไปในระบบงบดุล (Balance Sheet) เพื่อกระจายความเสี่ยง ทำให้ภาพระยะยาวของทองคำยังคงลักษณะขาขึ้นสลับการพักฐาน (Sideways Up)

ซึ่งหมายความว่าในระยะกลางถึงระยะยาว ทองคำยังมีโอกาสที่จะรีบาวด์กลับขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดใหม่ และช่วยใครที่ดอยในระดับ 80,000 บาท สามารถลงมาอย่างปลอดภัยในอนาคต (เย้)

แล้วตอนนี้ต้องถือหรือเทขาย?

เมื่อทิศทางของราคาทองคำผันผวนอย่างรุนแรง สิ่งที่นักลงทุนไทยควรพิจารณาคือแผนการรับมือที่รอบคอบ รอบด้านโดยสามารถแบ่งกลยุทธ์ออกตามเป้าหมายการลงทุน ได้ดังนี้

สำหรับกลุ่มแรกคือ สายเก็งกำไรระยะสั้น (Trading) คำแนะนำที่ดีคือควร "ชะลอการลงทุน" (Wait & See) ไปก่อน อดใจรอให้วอลุ่มการเทขายนิ่ง แถว ๆ 4,000 ถึง 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วจึงค่อยพิจารณาเข้าทำรอบเก็งกำไรใหม่อีกครั้ง เพื่อไม่ให้พอร์ตระยะสั้นต้องรับความเสี่ยงเกินจำเป็น

สำหรับสายออมระยะยาว จังหวะปรับฐานลึกรอบนี้กลับถูกมองว่าเป็นโอกาสทอง ในการทยอยเก็บของถูก แนะนำให้จัดพอร์ตแบ่งสัดส่วนเงินมาลงในทองคำประมาณ 5% ถึง 10% ของเงินลงทุนทั้งหมด แล้วใช้วิธี DCA (Dollar-Cost Averaging) ซื้อด้วยเงินเท่ากันสม่ำเสมอทุกเดือน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำลง และช่วยตัดความกลัวจากความผันผวนของตลาดได้ดีที่สุด

สรุปคือ ในสถานการณ์ทองร่วงสวนทางวิกฤตโลกในรอบนี้ เป็นเพียงจังหวะปรับฐานครั้งใหญ่ตามกลไกดอกเบี้ยและเงินเฟ้อระยะสั้นเท่านั้น ตราบใดที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเทรนด์การลดการพึ่งพาดอลลาร์ของธนาคารกลางทั่วโลกยังไม่เปลี่ยน ทองคำก็ยังคงรักษาทรงขาขึ้นระยะยาว และพร้อมจะดีดกลับไปทำ All time high ได้อีกครั้ง

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเก็งกำไรที่กำลังเลือกนอนรอให้ราคาตกผลึก หรือเป็นสายออมยาวที่เตรียมเข้าช้อนเพื่อเก็บของถูก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเดินเกมตามแผนอย่างมีวินัย และใช้จังหวะที่ตลาดกำลังตื่นตระหนกนี้ กลับมาตรวจสอบหน้าตักของตัวเอง วางกลยุทธ์ตามแนวรับแนวต้านและกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม แล้วเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นโอกาสทองในวันที่ราคาย่อลงมาอย่างมืออาชีพครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save