ในโลกที่ AI กำลังกระหายน้ำมากกว่าน้ำมัน วิกฤตน้ำ สงคราม และการแข่งขัน AI ตัวชี้ชะตาหุ้นกลุ่ม AI Data Center

ในโลกที่ AI กำลังกระหายน้ำมากกว่าน้ำมัน วิกฤตน้ำ สงคราม และการแข่งขัน AI ตัวชี้ชะตาหุ้นกลุ่ม AI Data Center

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

27 March 2026

ก่อนหน้านี้ AI คือตัวเร่งปฏิกิริยาใหม่ที่กำลังผลักดันภูมิภาคตะวันออกกลางให้กลายเป็นฮับ Data Center ระดับโลก ทว่า วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน จุดชนวนสงครามที่ลุกลามทั่วตะวันออกกลาง ผู้นำสูงสุดคาเมเนอีเสียชีวิต อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกโจมตีอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย

โดยในวันที่ 3 มีนาคม Amazon เผยว่าศูนย์ข้อมูลหลายแห่งในตะวันออกกลาง ทั้งยูเออี และบาห์เรน ถูกโจมตีโดยตรง ส่งผลให้บริการคลาวด์หยุดชะงัก และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันในการกู้ระบบ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในพื้นที่ที่มีความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยเฉพาะสำหรับบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่ลงทุนในภูมิภาคนี้

ท่ามกลางข่าวสงครามที่ร้อนระอุน้ำมันกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนพูดถึง แต่นอกจากน้ำมันแล้ว ยังมี “น้ำดื่ม” ของประชาชนกว่า 100 ล้านคนและ “น้ำหล่อเย็น” ของ Data Center ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

น้ำจืดในทะเลทราย: ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่

ตะวันออกกลางคือภูมิภาคที่ขาดแคลนน้ำจืดที่สุดในโลก ประเทศในกลุ่ม GCC แก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างโรงกลั่นน้ำทะเล (Desalination) กว่า 400 แห่งทั่วอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งผลิตน้ำดื่มให้โลกถึง 40% คูเวตพึ่งพาน้ำจากโรงกลั่นทะเลถึง 90%, โอมาน 86%, ซาอุดีอาระเบีย 70% และ UAE อีก 42%

จุดที่น่ากลัวที่สุดคือ มากกว่า 90% ของน้ำกลั่นทั้งหมดในอ่าวมาจากโรงงานเพียง 56 แห่ง โครงสร้างพื้นฐานที่เลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งภูมิภาคกระจุกตัวอยู่ในจุดเดียว และทุกแห่งอยู่ในระยะโจมตีของอิหร่าน

เมื่อน้ำกลายเป็นเป้าหมายทางทหาร

เส้นแดงที่ไม่เคยมีใครกล้าข้ามถูกทำลายแล้วในเดือนมีนาคม 2569

วันที่ 7 มีนาคม อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ โจมตีโรงกลั่นน้ำบนเกาะ Qeshm ในช่องแคบฮอร์มุซ กระทบน้ำประปากว่า 30 หมู่บ้าน ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่อิหร่านใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการตอบโต้ทันที วันถัดมา บาห์เรนยืนยันว่าโดรนอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำในประเทศ กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐอ่าวรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำอย่างเป็นทางการ ในคูเวต เศษโดรนที่ถูกสกัดกั้นตกใส่โรงไฟฟ้าและกลั่นน้ำ Doha West ก่อให้เกิดไฟไหม้และความเสียหายในระดับจำกัด

นักวิชาการจาก Doha Institute และ Brandeis University เตือนตรงกันว่า หากมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำอย่างเป็นระบบ นั่นถือเป็นอาชญากรรมสงคราม และประเทศอ่าวหลายแห่งมีน้ำสำรองเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

AI Boom กระหายน้ำมากกว่าที่คิด

นี่คือจุดที่ทุกอย่างเชื่อมกัน ระหว่างวิกฤตน้ำ สงคราม และการแข่งขัน AI

UAE และซาอุดีอาระเบียกำลังแข่งกันดึงดูด Big Tech สร้าง Data Center ยักษ์ ตั้งแต่ Stargate AI Campus 1 กิกะวัตต์ใน UAE ไปจนถึงโครงการ AI มูลค่า 14,900 ล้านดอลลาร์ของซาอุฯ แต่มีข้อมูลหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง Data Center ต้องการน้ำมหาศาลในการระบายความร้อน โดยเฉพาะในภูมิภาคที่อุณหภูมิสูงกว่า 40°C ตลอดปี

การศึกษาล่าสุดคาดการณ์ว่าการใช้น้ำของ Data Center ในภูมิภาค Middle East & Africa จะพุ่งจาก 119 พันล้านลิตรในปี 2568 ไปสู่ 426 พันล้านลิตรภายในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ในช่วงเวลาเดียวกับที่แหล่งผลิตน้ำกำลังกลายเป็นเป้าหมายทางทหาร

ขณะที่ตะวันออกกลางสูญเสียน้ำ ไทยกำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของโลก

แม้ตะวันออกกลางจะมีความได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงาน แรงงานฝีมือ และตำแหน่งที่ตั้ง แต่การขาดแคลนทรัพยากรน้ำจืดและสถานการณ์สงครามที่ดำเนินอยู่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ในทางกลับกัน ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นด้วยจุดแข็งรอบด้าน ทั้งการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน การมีแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติที่เพียงพอ เสถียรภาพทางการเมือง สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI นาน 8 ปี และโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ครอบคลุม

ความเชื่อมั่นนี้สะท้อนชัดผ่านตัวเลขการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว BOI ได้อนุมัติโครงการ Data Center ในไทยไปแล้วถึง 36 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 23,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนมกราคม 2569 ยังมีการตอบรับโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องอีกขั้นต่ำ 7 แห่ง ด้วยงบประมาณลงทุนเพิ่มอีก 3,100 ล้านดอลลาร์ โดยมีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่ประกาศแผนการลงทุนอย่างเป็นทางการ ดังนี้

  • AWS 5,000 ล้านดอลลาร์
  • ByteDance 8,800 ล้านดอลลาร์
  • Google 1,000 ล้านดอลลาร์ที่ชลบุรี
  • Microsoft เปิด Cloud Region แห่งแรกในไทย

ไทยตั้งเป้าเพิ่มกำลัง Data Center จาก 350 เมกะวัตต์ในปี 2567 เป็น 1 กิกะวัตต์ภายในปี 2570 และตลาดคาดว่าจะโตจาก 1.45 พันล้านดอลลาร์ไปสู่ 6.29 พันล้านดอลลาร์ในปี 2574

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระยะยาวต้องมองให้ลึกกว่าพาดหัวข่าว ชลบุรีและระยองซึ่งเป็นศูนย์กลางการก่อสร้างมีโครงการ Data Center กว่า 70 แห่งวางแผนหรืออยู่ระหว่างก่อสร้าง และชาวบ้านในพื้นที่เริ่มกังวลเรื่องการแย่งน้ำกับภาคเกษตร Google เองยังระบุว่ากำลังศึกษาสภาพพื้นที่อย่างละเอียดก่อนเลือกระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม โอกาสใหญ่มักมาพร้อมความรับผิดชอบใหญ่เสมอ

โอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤต

สำหรับนักลงทุนที่มองเกมนี้ให้ครบ มีหลายจุดที่น่าสนใจ REITs และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะชลบุรีและระยอง กำลังอยู่ในจุดที่ได้รับอานิสงส์โดยตรง บริษัทสาธารณูปโภคน้ำที่มีสัญญาระยะยาวกับผู้ประกอบการ Data Center

  • Eastwater Group ที่เพิ่งเซ็นสัญญา 10 ปีกับ Bridge Data Centres ที่ชลบุรีก็น่าจับตา ในระดับโลก
  • บริษัทเทคโนโลยีระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling และ Immersion Cooling กำลังเป็นที่ต้องการอย่างเร่งด่วนทั้งในตะวันออกกลางและไทย และห่วงโซ่พลังงานสะอาดในไทยก็ได้ประโยชน์โดยตรง เพราะ Big Tech ต้องการพลังงานหมุนเวียนมาคู่กับ Data Center เพื่อตอบ ESG Commitment ของตน

⚠️ บทความนี้เป็นมุมมองเชิงวิเคราะห์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน สถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save