“ปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลา 2026” เมื่อทรัมป์เขย่าความสงบภูมิรัฐศาสตร์โลก หุ้นไทยกลุ่มไหนอาจมีโอกาสท่ามกลางวิกฤต?

“ปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลา 2026” เมื่อทรัมป์เขย่าความสงบภูมิรัฐศาสตร์โลก หุ้นไทยกลุ่มไหนอาจมีโอกาสท่ามกลางวิกฤต?

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

05 January 2026

เช้าวันที่ 3 มกราคม 2026 โลกตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่ไม่เหมือนเดิม เมื่อข่าวใหญ่แพร่สะพัดว่าสหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งสำคัญในเวเนซุเอลา และเข้าจับกุมผู้นำประเทศ นิโคลัส มาดูโร ได้สำเร็จ ปฏิบัติการที่ไม่คาดคิดนี้ได้ฉีดความตื่นตระหนกและความไม่แน่นอนเข้าสู่เศรษฐกิจโลกในทันที

ความเคลื่อนไหวที่แข็งกร้าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในประเทศแถบอเมริกาใต้ แต่เป็นสัญญาณที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปไกลกว่านั้น และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกติกาโลกบทใหม่ ไปจนถึงการบอกว่า นี่คือยุคของการล่าอาณานิคมใหม่

📍 ปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุม “มาดูโร” ที่เขย่าเวทีโลก

วันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า สหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลาและนิโคลัส มาดูโร ผู้นำของประเทศ โดยขณะนี้เขาและภรรยาถูกควบคุมตัวและนำตัวออกนอกประเทศแล้ว โดยกล่าวว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็น “การดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ”

CBS News เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยเดลตาฟอร์ซ (Delta Force) หน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกำลังหลักที่เข้าปฏิบัติภารกิจจับกุมตัวมาดูโรในครั้งนี้ โดยระบุว่า “ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ สั่งสมกำลังทางทหารในภูมิภาคนี้มานานหลายเดือน มีการวางกำลังเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford พร้อมด้วยเรือรบอีกหลายลำในทะเลแคริบเบียน”

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 2 ลำนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา เปิดฉากโจมตีต่อเรือมากกว่า 30 ลำที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติด รวมถึงโจมตีพื้นที่ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เรียกว่า “บริเวณท่าเรือที่พวกเขาใช้ลำเลียงยาเสพติดขึ้นเรือ”

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สังคมเวเนซุเอลาเกิดความเห็นที่แตกออกเป็นสองกระแสอย่างชัดเจน กระแสแรกคือกลุ่มประชาชนที่ประกาศพร้อมปกป้องอธิปไตยของประเทศจากการแทรกแซงของสหรัฐอเมริกา และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายนิโคลัส มาดูโร ขณะที่อีกกระแสหนึ่งแสดงความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น

โดยเฉพาะชาวเวเนซุเอลาที่พำนักอยู่ในต่างประเทศจำนวนมาก ออกมาแสดงความยินดีและเฉลิมฉลองหลังมีรายงานว่ามาดูโรถูกสหรัฐฯ จับกุม หลายคนระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดความหวังว่าเวเนซุเอลาอาจได้เสรีภาพกลับคืนมาอีกครั้ง และบางส่วนเผยว่ารู้สึกอยากเดินทางกลับประเทศหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

🏛 ท่าทีของรัฐบาลต่างๆ หลังเกิดการบุกจับประธาธิบดี

ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลายังจุดกระแสคัดค้านในหลายประเทศทั่วโลก และมองว่าการประกาศต่อสาธารณะว่าเป็นการทำเพื่อความมั่นคงนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพทั้งหมด ซึ่งซ้อนทับอยู่บนผลประโยชน์ด้านทรัพยากร อาทิ

- สหรัฐฯ ได้กล่าวหามาดูโรว่าเป็นสมาชิกระดับสูงของ "Cartel de los Soles" ซึ่งเป็นองค์กรค้ายาเสพติดข้ามชาติ ข้อกล่าวหานี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อเรือบรรทุกสินค้าของเวเนซุเอลามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และถูกยกระดับขึ้นเพื่อเป็นเหตุผลหลักในการเข้าแทรกแซงโดยตรง

- ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่ารัฐบาลเวเนซุเอลาจงใจปล่อยให้อาชญากรเดินทางข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศเข้ากับวาทกรรมทางการเมืองภายในประเทศที่แข็งกร้าวของตนเอง และเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญหาเสียงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

- เวเนซุเอลาอุดมไปด้วยน้ำมันและแร่ธาตุหายากมูลค่ามหาศาล โดยหลังจากสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันในเดือนธันวาคม รัฐบาลการากัสได้กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามปล้นสะดมทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ข้อกล่าวหานี้ได้รับการตอกย้ำด้วยคำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์เอง ที่เรียกร้องให้เวเนซุเอลาคืน "ที่ดินและสิทธิ์ในน้ำมัน" กลับสู่สหรัฐฯ

👩🏻 อีกหนึ่งคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านแนวคิดนี้คือ กมลา แฮร์ริส อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเธอได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook Fanpage หนึ่งในใจความสำคัญคือการบอกว่า

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของยาเสพติดหรือประชาธิปไตย แต่มันเป็นเรื่องของน้ำมันและความต้องการของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อยากจะสวมบทบาทเป็นผู้ทรงอิทธิพลในภูมิภาค”

🇻🇪 ทางการเวเนซุเอลาได้ออกมาประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกออกมาเคลื่อนไหว พร้อมยืนยันว่า นิโคลัส มาดูโร ยังคงเป็นประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งตัวเขากลับประเทศ โดยระบุว่าการจับกุมเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ผู้นำหลายประเทศในลาตินอเมริกาออกมาแสดงท่าทีตอบโต้ ได้แก่

- ชิลีและคิวบา ประณามปฏิบัติการของสหรัฐฯ
- โคลอมเบีย วางกำลังทหารตามชายแดน และเรียกร้องให้ OAS และ UN เปิดประชุมฉุกเฉิน
- กายอานา เพิ่มมาตรการความมั่นคงและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- ตรินิแดดและโตเบโก ย้ำการรักษาความสัมพันธ์อย่างสันติกับประชาชนเวเนซุเอลา

รวมถึง จีน-รัสเซีย ก็ออกมาเรียกร้องสหรัฐฯ ให้ปล่อยตัว "มาดูโร" ทันที

🔍 โอกาสท่ามกลางวิกฤต?

ในภาวะที่ความไม่แน่นอนปกคลุมตลาดโลก เงินทุนมักจะมองหาแหล่งพักพิงที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพ ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลายและมีเสถียรภาพทางการเงินในระดับที่ดี

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยจึงมีศักยภาพที่จะกลายเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่กำลังมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูง ความมั่นคงจึงกลายเป็นจุดขายสำคัญที่สามารถดึงดูดเงินลงทุนในระยะยาวได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว โอกาสการลงทุนในภาคส่วนไทยที่อาจได้เปรียบ

1. กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น บริษัทในกลุ่มนี้เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้กำไรและมูลค่าสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เช่น PTTEP (ปตท.), TOP (ไทยออยล์), SPRC (โรงกลั่นน้ำมัน) , BCP (บางจาก)

2. กลุ่มหุ้นหลบภัย ในเกมใหม่ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น เงินทุนจะไหลเข้าสู่ธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อการบริโภคภายในประเทศ มีความผันผวนต่ำ และให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่ม อาหาร (Food), สาธารณูปโภค (Utilities), และการสื่อสาร (Communications)

เช่น CPF (ซีพีเอฟ), GULF (กัลฟ์), ADVANC (AIS)

สรุป

การแทรกแซงเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ที่สร้างความผันผวน แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งสัญญาณถึงการฟื้นคืนชีพของหลักการมอนโรได้นำโลกเข้าสู่ยุคใหม่แห่งภูมิรัฐศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยการช่วงชิงทรัพยากรอย่างเปิดเผย วิกฤตการณ์นี้จึงไม่ได้สร้างแค่ความเสี่ยงแนวโน้มการลงทุนต่อจากนี้ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้นตามราคาน้ำมัน แต่เป็นการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกติกาโลกใหม่

สิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนคือการเฝ้าระวัง ติดตามพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์และพลวัตของตลาดน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์และจัดตำแหน่งพอร์ตการลงทุนให้สามารถรับมือกับความท้าทาย พร้อมทั้งคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นจากภูมิทัศน์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

⚠️ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save