เราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า
“คนรวยไม่ทำประกันสุขภาพ”
แต่เลือกที่จะบริจาคเงินให้โรงพยาบาลแทนเพื่อ
“สิทธิพิเศษ” และสิทธิพิเศษที่ว่าคือการ
“รักษาฟรี” ของตนเองและครอบครัว
บทความนี้ The Money Trends เลยจะขอพาไปสำรวจสิทธิพิเศษของแต่ละโรงพยาล ว่าเราจะต้องบริจาคเงินให้โรงพยาบาลหรือมูลนิธิของโรงพยาบาล เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่จึงจะได้สิทธิพิเศษในการรักษาฟรี หรือแม้แต่สิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับ
1) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ผู้มีอุปการคุณประเภทบุคคลธรรมดา (หน่วยบาท)
- บริจาคตั้งแต่ 40-49.9 ล้าน ได้สิทลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ทั้งผู้ป่วยใน-นอก 100% จำนวน 3 คน
- บริจาคตั้งแต่ 50 - 99.9 ล้าน ได้สิทลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล 100% เช่นกัน แต่จำนวนผู้ได้สิทเพิ่มเป็น 4 คน
- บริจาคตั้งแต่ 100 ล้าน ขึ้นไป ได้สิทลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล 100% ทั้งสิ้น 8 คน
โดยใช้สิทธิประโยชน์ได้ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย จังหวัดชลบุรี, สถานีกาชาดต่าง ๆ ของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย, ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภากาชาดไทย และศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดต่อ สภากาชาดไทย
2) บริจาคให้ ศิริราชมูลนิธิ
- ผู้อุปการะคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล บริจาคตั้งแต่ 50 ล้านขึ้นไป ทั้งตนเองและผู้อุปการะสมบท จะได้ลดหย่อนค่ารักษาพบาบาล ทั้งผู้ป่วยใน-นอก 100% ตลอดชีพ
- แต่ไม่รวมถึงการบริการรักษาพยาบาล ณ คลินิกพิเศษ ค่าพยาบาลพิเศษ เคมีบำบัด ฉายแสง ค่าอวัยวะเทียม ค่าอุปกรณ์ในการบำบัดโรค ค่าห้องพัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล
โดยสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ที่สถานพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, ศูนย์บริการสุขภาพผู้สูงอายุ ศิริราช - สมุทรสาคร และสถานพยาบาลที่คณะฯ กำหนดเพิ่มเติมภายหลัง
3) บริจาคให้ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า)
- ต้องมียอดบริจาค 30 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อรับส่วนลด 100% สำหรับค่ารักษาพยาบาล อาหาร เอกซเรย์ ฉายแสง เข้าเฝือก เวชศาสตร์ฟื้นฟู บริการวิสัญญี ค่าห้องพิเศษ ค่าผ่าตัด ไปจนถึงค่าทำคลอด โดยได้สิทธิทั้งตนเองและครอบครัว
นอกเหนือจากรายชื่อมูลนิธิและโรงพยาบาลข้างต้น ยังมีมูลนิธิและโรงพยาบาลอื่น ๆ อีกที่หากเราบริจาคเงินถึงเกณฑ์ต่าง ๆ ก็จะได้รับสิทธิพิเศษเป็นส่วนลดค่ารักษาพยาลาที่มากสุด 50% เช่น มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี, มูลนิธิรามาธิบดี หรือ โรงพยาบาลระยอง ซึ่งจำนวนเงินที่บริจาคยิ่งบริจาคมากก็ยิ่งได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นตาม
แต่นอกจากการบริจาคเงินให้โรงพยาบาลจะทำให้ผู้บริจาคได้สิทธิประโยชน์ด้านค่ารักษาพยาบาลแล้ว การเลือกบริจาคเงินให้กับสถานพยาบาลของรัฐยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ 2 เท่าของยอดบริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่นๆ
การ “บริจาคเพื่อสิทธิรักษาฟรี” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้มีกำลังทรัพย์สูงนิยมใช้แทนการทำประกันสุขภาพ เพราะนอกจากจะได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลสำหรับตนเองและครอบครัวแล้ว ยังได้สิทธิลดหย่อนภาษีควบคู่ไปด้วย ถือเป็นการ “ให้” ที่ย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อตนเองในระยะยาว
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

