การให้เงินหรือสิ่งของอาจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าสิ่งที่ให้คือ “ที่ดิน บ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์” จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่มีผลทางกฎหมายที่ต้องคิดให้รอบคอบกว่าเคสให้ปกติ
เพราะเมื่อจดทะเบียนให้กันเรียบร้อยแล้ว คำว่า “ตอนนั้นดีกัน แต่ตอนนี้หมดใจแล้ว” ไม่ใช่เหตุที่จะขอที่ดินคืนได้ตามใจ
“การให้โดยเสน่หา” คืออะไร?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 521 กำหนดหลักของสัญญาให้ไว้ว่า เป็นกรณีที่บุคคลหนึ่งซึ่งเป็น “ผู้ให้” โอนทรัพย์สินของตนโดยเสน่หาให้แก่อีกบุคคลหนึ่งซึ่งเป็น “ผู้รับ” และผู้รับยอมรับทรัพย์สินนั้น
จึงไม่จำเป็นต้องเป็นการให้ระหว่างแฟนหรือคู่รักเท่านั้น อาจเป็นการให้ระหว่างพ่อแม่กับลูก ญาติพี่น้อง หรือบุคคลอื่นก็ได้
ให้ “ที่ดิน” แค่พูดว่าจะให้ เฉย ๆ ยังไม่พอ
หากไม่ใช่การให้ที่ดินแก่วัด ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ แต่เป็นการให้ที่ดินแก่บุคคลทั่วไปต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 525 โดยการให้ที่ดินจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
ดังนั้น การพูดว่า “ที่ดินแปลงนี้ยกให้เธอ” หรือทำข้อตกลงกันเองโดยยังไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้ทำให้การให้ที่ดินสมบูรณ์ตามมาตรา 525 เช่นเดียวกับการจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
จดทะเบียนให้แล้ว ที่ดินเป็นของใคร?
เมื่อการให้ที่ดินได้ทำถูกต้องและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว กรรมสิทธิ์ย่อมตกเป็นของ “ผู้รับ” ตามการจดทะเบียน
ผู้รับจึงมีฐานะเป็นเจ้าของและโดยหลักสามารถใช้สอย จำหน่าย หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินนั้นได้ ภายใต้ข้อจำกัด กฎหมาย หรือภาระที่มีอยู่เหนือที่ดินนั้น
เพราะฉะนั้น ผู้ให้จะมาเปลี่ยนใจภายหลังเพียงเพราะ
“เลิกกันแล้ว”
“ไม่ได้รักกันแล้ว”
“ทะเลาะกัน”
หรือ “เสียดายที่ดิน”
ยังไม่ใช่เหตุทางกฎหมายที่จะบังคับให้ผู้รับคืนที่ดินได้
แล้วกรณีไหนถึงจะ “ถอนคืนการให้” ได้?
กฎหมายเปิดช่องไว้ในกรณีที่ ผู้รับประพฤติเนรคุณ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 โดยมีเหตุหลัก 3 กรณี คือ
(1) ผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา
(2) ผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง
(3) ผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้ ทั้งที่ผู้รับยังสามารถจะให้ได้
ดังนั้น คำว่า “เนรคุณ” ในความรู้สึกทั่วไป กับ “ประพฤติเนรคุณ” ที่เป็นเหตุถอนคืนการให้ตามกฎหมาย อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ต้องเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดและพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
รู้ว่าเขาเนรคุณแล้ว จะเก็บเรื่องไว้นาน ๆ ไม่ได้
มาตรา 533 กำหนดกรอบเวลาไว้ว่า หากผู้มีสิทธิทราบเหตุประพฤติเนรคุณแล้วปล่อยเกิน 6 เดือน จะถอนคืนการให้เพราะเหตุนั้นไม่ได้ และไม่ว่าอย่างไรห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่เกิดเหตุ
ถอนคืนได้แล้ว ที่ดินกลับมาอย่างไร?
หากมีสิทธิถอนคืนการให้และดำเนินการได้สำเร็จ ป.พ.พ. มาตรา 534 กำหนดให้คืนทรัพย์สินตามหลักเรื่องลาภมิควรได้
สำหรับที่ดิน การดำเนินการในทางทะเบียนจึงต้องเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนการจดทะเบียนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่เพียงผู้ให้ประกาศว่า “ขอที่ดินคืน” แล้วกรรมสิทธิ์จะกลับมาเอง
ไม่ใช่ “การให้” ทุกกรณีที่จะถอนคืนเพราะเนรคุณได้
ป.พ.พ. มาตรา 535 กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า การให้บางประเภทไม่สามารถถอนคืนเพราะเหตุเนรคุณได้ ได้แก่
- ให้เป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้
- ให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน
- ให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา
- ให้ในการสมรส
แม้เอกสารจะใช้คำว่า “ให้” แต่ลักษณะและข้อตกลงที่แท้จริงของการให้ก็อาจมีผลต่อสิทธิในการถอนคืนภายหลังได้
ก่อนเซ็นให้ที่ดินใคร ต้องคิดให้ไกลกว่าวันที่ยังรักกัน
ที่ดินไม่เหมือนของขวัญทั่วไป เมื่อจดทะเบียนโอนให้โดยเสน่หาอย่างถูกต้องแล้ว ผู้ให้ไม่สามารถเรียกคืนเพียงเพราะเปลี่ยนใจ หมดรัก หรือความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
การถอนคืนเป็นข้อยกเว้น และต้องมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจยก ที่ดิน บ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ ให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ลูก ญาติ หรือบุคคลใกล้ชิด ควรพิจารณาผลทางกฎหมายให้รอบด้านตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน
เพราะวันที่เราเซ็นคำว่า “ให้” ที่สำนักงานที่ดิน สิ่งที่โอนไปไม่ใช่แค่ความรู้สึกแต่คือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจมีค่ากับผู้ที่เกี่ยวข้องในอนาคตมาก
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

