เมื่อพลัง “แฟนด้อม” เป็นความหวังขับเคลื่อน GDP เทรนด์ Fandom Tourism 2026 ขุมทรัพย์ Soft Power เมื่อแรงศรัทธากลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว

เมื่อพลัง “แฟนด้อม” เป็นความหวังขับเคลื่อน GDP เทรนด์ Fandom Tourism 2026 ขุมทรัพย์ Soft Power เมื่อแรงศรัทธากลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

21 February 2026

Fandom Tourism หรือการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยศรัทธาและความหลงใหลในตัวบุคคลและเรื่องราว ไม่ใช่เรื่องใหม่ และอาจย้อนกลับไปได้ถึงปี พ.ศ. 2479 ที่นวนิยาย "ข้างหลังภาพ" เคยสร้างกระแสให้คนไทยใฝ่ฝันถึงญี่ปุ่นมาแล้ว แต่วันนี้ ในปี 2026 ปรากฏการณ์นี้ได้พัฒนาจาก Soft Power ทางวัฒนธรรม สู่ "Hard Economic Engine" หรือเครื่องจักรเศรษฐกิจหลักที่กำหนดทิศทางเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

อย่างเช่น เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว "ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล" เป็น Amazing Thailand Ambassador คนใหม่ประจำปี 2026 เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล ผ่านแคมเปญ "Feel All the Feelings"

รากฐานและวิวัฒนาการ: จาก James Bond สู่โมเดล Fandom

Film Tourism คือ "Proof of Concept" ที่พิสูจน์ว่าพลังของหน้าจอสามารถเปลี่ยนสถานที่นิรนามให้กลายเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าได้ อ้างอิงจาก Paprach, T. & Hashim, R. (2018), Thailand Film Tourism, The Asian Conference on Arts & Humanities.

พบว่า สื่อตะวันตก (Western Film) เช่น James Bond และ The Hangover II ได้สร้างแลนด์มาร์คถาวรในจุดหมายปลายทาง เช่น เกาะตะปู, อ่าวมาหยา ซึ่งก่อให้เกิดโอกาสในการลงทุนในธุรกิจ Infrastructure Play โดยเฉพาะด้านการขนส่งและกิจกรรมทางน้ำระดับพรีเมียม

สื่อจีน (China Production) เช่น Lost in Thailand และ Go LALA Go! มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นกลุ่มนักท่องเที่ยวชนชั้นกลางชาวจีน โดยเฉพาะในเชียงใหม่และพัทยา ซึ่งนำไปสู่โอกาสในการลงทุนแบบ Retail Expansion เพื่อรองรับกำลังซื้อสูงของกลุ่มนักท่องเที่ยวนี้ เช่น ห้างสรรพสินค้าและสินค้าที่ระลึก

บอลลีวูด (Bollywood) ได้ยกระดับประเทศไทยให้เป็น Hub การถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งสร้างโอกาสในธุรกิจ MICE & Wedding Hub โดยเฉพาะการรับจัดงานแต่งงานและโปรดักชั่น เนื่องจากสามารถประหยัดเวลาและงบประมาณด้วยการใช้ทีมงานมืออาชีพในไทย

เนื้อหาไทย (Thai Content) เช่น องค์บาท และ ฉลาดเกมโกง (Bad Genius) ได้ส่งออก "ความเป็นไทย" (มวยไทย, แฟชั่น) ไปสู่สากล นำมาซึ่งโอกาสในการลงทุนใน Cultural Assets เช่น ค่ายมวย, โรงเรียนสอนทำอาหาร และแบรนด์แฟชั่นไทย

ปรากฏการณ์ "Lisa Effect" นิยามใหม่ของ Amazing Thailand Ambassador

การประกาศแต่งตั้ง "ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล" เป็น Amazing Thailand Ambassador ในปี 2026 ไม่ใช่เพียงแคมเปญการตลาดระดับพื้นฐาน แต่คือ "ยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation Strategy)" ผ่านตัวบุคคลที่มีอิทธิพลระดับโลก (Global Icon) ด้วยฐานผู้ติดตามบน Instagram กว่า 106 ล้านบัญชี ลิซ่าทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์สร้าง Conversion Funnel ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการตัดสินใจเดินทางจริง (Call to Action)

Lisa's Footprint ผลกระทบเชิงตัวเลขและ City Branding

- เยาวราช (The Rockstar Impact)

ลิซ่าได้มารถ่ายทำ MV ในย่านเยาวราชและเมื่อ MV นี้ถูกเผยแพร่มันก็ได้สร้างปรากฏการณ์ "Google Search Leap" ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นการทำ City Branding ที่เปลี่ยนย่าน Street Food ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกในชั่วข้ามคืน

- ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์

เพียงแค่ลิซ่าให้สัมภาษณ์ถึง "ลูกชิ้นยืนกิน" ว่าเมนูโปรด ร้านลูกชิ้นก็มียอดสั่งซื้อกว่า 2,000 ออร์เดอร์ในคืนเดียว และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวสู่ปราสาทหินพนมรุ้งถึง 2 เท่า

- The White Lotus Season 3

ในช่วงปี 2025 ตั้งแต่มีโปรโมตว่าซีรี่ย์ระดับโลกเรื่องนี้จะมาถ่ายที่ไทย ยอดนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุยก็เพิ่มขึ้น 51%

The Power of "Cuteness Economy": กรณีศึกษาหมูเด้งและหมีเนย

ความสำเร็จของ "หมูเด้ง (Moo Deng)" และ "หมีเนย (Butterbear)" ก็อีกหนึ่งเป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของโมเดล Character Marketing ที่สามารถแปลง Social Engagement ให้เป็น Real Sector Revenue ได้อย่างเป็นรูปธรรม

อย่าง ปรากฏการณ์ "หมูเด้ง" พิสูจน์ทฤษฎี O2O (Online to Offline) ได้อย่างชัดเจนที่สุด ในช่วงพีคของกระแส Viral บน TikTok สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมียอดนักท่องเที่ยว พุ่งสูงถึง 400% (จาก 3,000 สู่ 12,000 คน/วัน) ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ยอดขายบัตรเข้าชม แต่ยังดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาผ่าน Collaborative Marketing กับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำที่ต้องการเกาะกระแส Global Viral นี้

หรือ ในฝั่ง Retail "น้องหมีเนย" คือบทพิสูจน์ของการปั้น Homegrown IP ให้มีมูลค่ามหาศาล ย้อนกลับไปดูงบการเงินปี 2024 บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด สร้างปรากฏการณ์รายได้รวม 545 ล้านบาท และกำไรสุทธิกว่า 212 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากปีแรกที่มีรายได้เพียง 7.4 ล้านบาท

ในปีเดียวกัน ททท. ยังออกแคมเปญ สุขทันทีกับหมีเนย" (Butterbear) ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ร่วมกับนักแสดง อาโป ณัฐวิญญ์ เพื่อมาใช้ดึงดูดแฟนคลับ (มัมหมี) ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายชาวจีน ให้เดินทางท่องเที่ยวตามรอย สร้างรายได้สะพัดเข้าไทยหลายร้อยล้านบาท

Fandom Tourism ในฐานะโอกาสลงทุน: เจาะลึก Structural Shift ปี 2026

หากคุณกำลังพิจารณาการลงทุนในภาคการท่องเที่ยว โปรดเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เพียง "Trend" ชั่วคราว แต่เป็น "Structural Shift"ครั้งสำคัญที่ขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ รายงานจาก HBX Group และ Arival ระบุตรงกันว่า Fandom Tourism กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวโลกในปี 2026 โดยกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด

  • Hospitality (The Experience Play) โรงแรมที่ปรับตัวสู่ Experiential Stays เช่น ห้องพักธีม Fandom จะมี RevPAR (รายได้ต่อห้องพัก) สูงกว่าโรงแรมทั่วไป เพราะขาย "ประสบการณ์" ไม่ใช่แค่ "ที่นอน"

  • Retail & Commercial (The Traffic Play) ศูนย์การค้าที่ผันตัวเป็น Fandom Hub รองรับกิจกรรม Fan Meeting หรือ Pop-up Store จะมีความได้เปรียบในการดึงดูด Footfall ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มจีนและอาเซียน

⚠️ มุมมองความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง

แม้แนวโน้มจะดูสดใส แต่ Fandom Tourism มีความเสี่ยงเฉพาะตัว

  • การพึ่งพา Ambassador หรือศิลปินเพียงคนเดียว หากเกิดข่าวลบ (Scandal) อาจกระทบภาพลักษณ์แบรนด์ท่องเที่ยวทันที

  • กระแส Fandom มีวงจรชีวิต หากผู้ประกอบการลงทุนใน Infrastructure ถาวรเพื่อรองรับกระแสระยะสั้น (Fad) อาจเกิดปัญหา Over-investment หรือหนี้เสียได้เมื่อกระแสซาลง

สรุป

การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความผูกพันของแฟนด้อม—ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางตามรอยลิซ่า หมูเด้ง หรือหมีเนย—ไม่ใช่พฤติกรรมฉาบฉวยหรือไร้สาระ หากแต่สะท้อนความต้องการ Authentic Experience และการมีส่วนร่วมเชิงอารมณ์ (Emotional Engagement) ที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้คุณค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องโดยตรงกับทิศทางนโยบาย Soft Power ของประเทศไทย ทั้งด้านอาหาร คาแรคเตอร์ และศิลปิน ซึ่งกำลังถูกยกระดับจากเครื่องมือเชิงวัฒนธรรม ไปสู่กลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้การท่องเที่ยวในระยะยาว เทรนด์นี้จึงเป็นอีกเทรนด์ที่นักลงทุนต้องจับตาให้ดี

แต่จะว่าไป ผู้อ่านเคยไปเที่ยวตามรอยไอดอลหรือภาพยนต์ที่ชอบกันไหม? สถานที่ล่าสุดคือที่ไหนและมีประสบการณ์ยังไงกันบ้าง?

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save