สัปดาห์ที่แล้ว The Money Trends นำเสนอเรื่องราวของการบริจาคเงินเพื่อสิทธิพิเศษ ‘รักษาพยาบาลฟรี 100%’ ว่าต้องบริจาคเงินเท่าไหร่ ถึงจะได้รับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลต่าง ๆ [อ่านเรื่องราวนี้ได้ในคอมเมนต์] แต่ก็มีคำถามชวนสงสัยตามมาเช่นกันว่า
“ถ้าไม่บริจาคเงิน จะมีอย่างอื่นให้บริจาคเพื่อรับสิทธิรักษาฟรี 100% บ้างไหม”
คำตอบคือ “มี”
ข้อมูลจาก ‘ระเบียบสมนาคุณผู้อุปการะ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล’ ระบุว่า ผู้อุปการะ หมายถึง ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะฯ อันเนื่องจากการบริจาคเงิน หรือ ‘ที่ดิน’ ตามจำนวนที่กำหนด
กล่าวคือ นอกเหนือจากการบริจาคเงินเพื่อให้ได้สิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล เรายังสามารถบริจาคที่ดินให้มูลนิธิ เพื่อให้เราได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อุปการะ และได้สิทธิประโยชน์ด้านค่ารักษาพยาบาลได้ด้วย
โดยระเบียบของศิริราชมูลนิธิยังอธิบายต่อว่า ‘กรณีบริจาคที่ดิน คณะฯ จะอ้างอิงราคาประเมินที่ดินที่หน่วยงานราชการกำหนด’ เช่นนั้นแล้วที่ดินที่บริจาคจะต้องมีราคาประเมินเท่าไหร่ ? เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ด้านค่ารักษาพยาบาล เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์เดียวกันกับการบริจาคเงิน
🟠 5 แสน - 1.9 ล้าน: ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยใน-นอก 15% ของตนเอง
🟠 2 ล้าน - 9.9 ล้าน: ลดหย่อนค่ารักษาฯ ผู้ป่วยใน-นอก 20/25% ของตนเอง
🟠 10 ล้าน - 19.9 ล้าน: ลดหย่อนค่ารักษาฯ ผู้ป่วยใน-นอก 30/35% ของตนเองและผู้อุปการะสบทบ
🟠 20 ล้าน - 39.9 ล้าน: ลดหย่อนค่ารักษาฯ ผู้ป่วยใน-นอก 35/40% ของตนเองและผู้อุปการะสบทบ
🟠 40 ล้าน - 49.9 ล้าน: ลดหย่อนค่ารักษาฯ ผู้ป่วยใน-นอก 50% ของตนเองและผู้อุปการะสบทบ
🟢 50 ล้านเป็นต้นไป: ลดหย่อนค่ารักษาฯ 100% ของตนเองและผู้อุปการะสบทบ
(ใช้สิทธิได้ที่โรงพยาบาลศิริราช, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก และ ศูนย์บริการสุขภาพผู้สูงอายุ ศิริราช - สมุทรสาคร)
แล้วหน่วยงานราชการจะมีแนวทางการประเมินราคาที่ดินของเราอย่างไร ? เรื่องนี้ ‘กรมธนารักษ์’ จะเข้ามามีบทบาทต่อตรงนี้
แนวทางการจัดทำราคาประเมินของกรมธนารักษ์จะใช้ข้อมูล ประกอบไปด้วย
1.สภาพการใช้ประโยชน์ของที่ดิน
2.ทำเลและลักษณะของพื้นที่
3.ราคาซื้อขายจริงตามตลาด
4.ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน
5.การพัฒนาเมือง และนโยบายด้านการประเมินของกรมธนารักษ์
โดยมีกองมาตรฐานการประเมินราคาทรัพย์สิน (ส่วนกลาง) และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ (ทุกจังหวัด) ร่วมกันรวบรวมข้อมูล สำรวจพื้นที่ และกำหนดราคาประเมิน
ซึ่งการบริจาคที่ดินเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยขจากทางโรงพยาบาล ไม่ได้ปรากฎแค่ที่ของศิริราชมูลนิธิเท่านั้น แต่ยังปรากฎใน สิทธิประโยชน์การเป็นผู้บริจาคแก่สภากาชาดไทยด้วย แต่ก็จะมีเกณฑ์มูลค่าเงินที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละโรงพยาบาล/มูลนิธิ
และการที่เราจะบริจาคที่ดิน ไม่ใช่แค่เรื่องของคนมีที่ดินราคาแพงเท่านั้น เพราะแม้ที่ดินราคาประเมินจะเริ่มต้นที่หลักแสน แต่ก็ยังได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ไม่จำเป็นต้องมีที่ดินหลักสิบล้านเสมอไป ทว่าก็มีเรื่องที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจบริจาคเช่นกัน คือ
1.ที่ดินแปลงนั้นอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรอยู่แล้ว หรือเป็นที่ดินที่ตกทอดมาโดยไม่มีแผนจะใช้ในอนาคต
2.เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของแต่ละโรงพยาบาล/มูลนิธิไม่เหมือนกัน ควรสอบถามรายละเอียดกับหน่วยงานนั้น ๆ ก่อนดำเนินการ
มาถึงตรงนี้ การบริจาคที่ดินให้โรงพยาบาล เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนที่มีที่ดินอยู่แล้ว ที่อยากจะเปลี่ยนที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ ให้กลายเป็น ‘หลักประกันสุขภาพ’ ให้ตัวเองและคนในครอบครัวในระยะยาว ซึ่งอาจมีค่ามากกว่าที่ดินที่ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

