จากตู้เสื้อผ้าสู่หน้าจอไลฟ์สด: ถอดรหัส MC Group เมื่อยักษ์ใหญ่ค้าปลีกขอเป็น Creator กระชากยอดขาย 8,500 ล้านบาท โอกาสทองตามกระแส Shoppertainment

จากตู้เสื้อผ้าสู่หน้าจอไลฟ์สด: ถอดรหัส MC Group เมื่อยักษ์ใหญ่ค้าปลีกขอเป็น Creator กระชากยอดขาย 8,500 ล้านบาท โอกาสทองตามกระแส Shoppertainment

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

19 February 2026

ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคก็เช่นกัน ธุรกิจที่เห็นและปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะคว้าโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ได้

การเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ที่ประกาศเดินหน้าขยาย "ห้องไลฟ์สด" (Live Commerce) จาก 4 ห้อง เป็น 11 ห้อง พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้ทะยานสู่ระดับ 8,500 ล้านบาทภายใน 3 ปี หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเพียงการปรับตัวตามกระแสโลกออนไลน์ทั่วไป แต่หากนำข้อมูลนี้มาประทับทาบกับข้อมูลเบื้องหลังการเติบโตของเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งที่จะพบไม่ใช่แค่การโยกงบการตลาด แต่มันคือการ "Transform" โครงสร้างธุรกิจขนานใหญ่ที่นักลงทุนควรจับตามองที่สุดครั้งหนึ่งเลย

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตลาด: ยุคทองของ Live Commerce ที่กลืนกิน E-Commerce ดั้งเดิม

ตลาด E-commerce ของไทยเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ SCB EIC ประเมินว่ามีมูลค่าราว 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2025 การแข่งขันย่อมเข้มข้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แต่สงครามการค้าออนไลน์ไม่ได้วัดกันที่ใครขายของได้ถูกกว่าหรือจัดส่งเร็วกว่าอีกต่อไป แต่อยู่ที่ใครสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ดีกว่ากัน

พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยได้เปลี่ยนจากการเปรียบเทียบราคาบนเว็บไซต์ มาสู่การดูรีวิวและตัดสินใจซื้อผ่านการชม Live สด ข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ ตลาด Live streaming commerce มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR 2025-2029) สูงถึง 20.7% และ Social Commerce เติบโตเฉลี่ยที่ 10.4% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดและสูงกว่าตลาด E-commerce ในภาพรวมที่เติบโตเฉลี่ยเพียง 6.2% อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้บริโภคไทยกว่า 83% ยอมรับว่าเคยซื้อสินค้าตามคำแนะนำของครีเอเตอร์ เพราะมองว่าเข้าถึงง่ายและให้ความรู้สึกจริงใจกว่าโฆษณาจากแบรนด์โดยตรง

คอนเทนต์วิดีโอและการไลฟ์สดได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปิดการขาย (Conversion) โดยอาศัยความเร่งด่วนจากดีลจำกัดเวลา

ทำไม MC ถึงกำลังเลือกเดินทางนี้?

เมื่อห้างสรรพสินค้าอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของคนรุ่นใหม่ การที่ MC เลือกก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักใน Creator Economy เพราะ

วิวัฒนาการสู่ "Brand as a Creator"

รายงานของ SCB EIC ระบุชัดเจนว่า แบรนด์หรือผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเป็น Brand as a Creator โดยการสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเองเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้า การที่ MC ขยายห้องไลฟ์ถึง 11 ห้องบนแพลตฟอร์ม E-commerce คือการสร้างกองทัพ "Commerce Creator" ภายในองค์กร มีเป้าหมายชัดเจนในการขายสินค้าและมีทักษะในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ทันที

เจาะพฤติกรรม Gen Z อย่างตรงจุด

ลูกค้ากลุ่ม Gen Z เติบโตมากับโซเชียลมีเดีย การพยายามดึงเข้าร้านออฟไลน์มีต้นทุนที่สูงเกินไป การตั้งสตูดิโอไลฟ์สดคือการพาแบรนด์ไปอยู่ในที่ที่ลูกค้าใช้เวลาอยู่แล้ว ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรม Shoppertainment หรือการช้อปปิ้งที่ผสมผสานความบันเทิง

ลดการพึ่งพาคนกลางและเพิ่มประสิทธิภาพงบการตลาด

แทนที่จะทุ่มเม็ดเงินไปกับโฆษณาออนไลน์แบบดั้งเดิมที่ค่าโฆษณา (CAC) แพงขึ้นทุกวัน การทำงานผ่านครีเอเตอร์หรือการไลฟ์เองสามารถสร้างการรับรู้และความเชื่อถือได้มีประสิทธิภาพกว่า นอกจากนี้ แบรนด์ยังสามารถใช้โมเดล Affiliate Marketing ที่จ่ายค่าคอมมิชชันตามยอดขายจริง (Performance-based) ซึ่งวัดผล ROI ได้ชัดเจนและคุ้มค่ากว่า

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับ MC

หาก MC สามารถดำเนินการตามแผนน่านน้ำใหม่ได้จริง ผลลัพธ์ที่จะสะท้อนกลับมาสู่พื้นฐานธุรกิจจะมหาศาล :

ตั้งเป้ารายได้ 3 ปีข้างหน้าแตะ 8,500 ล้านบาท

การผสานช่องทางออฟไลน์กว่า 450 สาขา เข้ากับออนไลน์ที่กำลังเติบโต (Phygital) จะเป็นเครื่องยนต์หลักที่ผลักดันรายได้ให้โตระดับ 2 หลักตามเป้าหมาย (รายได้ปี 2025 = 4,200 ล้านบาท)

พลังของ Data และ AI

การดึงลูกค้าเข้าสู่ระบบสมาชิกกว่า 1.8 ล้านราย และใช้ AI-Driven Precision CRM วิเคราะห์ข้อมูล จะทำให้แบรนด์สามารถนำเสนอสินค้าแบบเฉพาะบุคคลได้ ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจากสมาชิกคิดเป็น 60% ซึ่งถือเป็นฐานรายได้ประจำที่เหนียวแน่นมาก

อัตรากำไร (Margin) ที่อาจกว้างขึ้น

แม้การทำไลฟ์สดจะมีต้นทุนด้านบุคลากรและสตูดิโอ แต่เมื่อเทียบกับค่าเช่าพื้นที่หน้าร้านต่อสาขา หากสร้างยอดขายได้ถึงจุดคุ้มทุน ย่อมส่งผลดีต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว

ผลการดำเนินงานล่าสุดในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 (ต.ค.-ธ.ค. 2025) จะพบตัวเลขที่สะท้อนทิศทางความสำเร็จของกลยุทธ์นี้ได้อย่างชัดเจน โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,492 ล้านบาท เติบโต 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ไฮไลต์สำคัญคือรายได้จาก "ช่องทางออนไลน์" ที่กวาดไปถึง 387 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 82.7% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 26% ของรายได้รวม (จากเดิมเพียง 16% ในปีก่อนหน้า)

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า การบุกเบิกเข้าสู่สมรภูมิออนไลน์และ Creator Economy ของ MC ไม่ใช่แค่การสร้างสีสันทางการตลาด แต่สามารถแปลงเป็นยอดขายจริง (Conversion) ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และกำลังกลายเป็น New S-Curve ของบริษัทอย่างแท้จริง

โอกาสการลงทุนของนักลงทุนไทยอยู่ตรงไหน?

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดหุ้นไทย กรณีของ MC ถือเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจระหว่าง "หุ้นคุณค่า" และ "หุ้นเติบโต" ครับ

* โดยปกติหุ้นกลุ่มเสื้อผ้ามักจะถูกตลาดให้ค่า P/E ในระดับที่ไม่สูงนัก เพราะถูกมองว่าเป็นธุรกิจดั้งเดิมที่โตช้า แต่หาก MC พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น "Modern Retail Tech" ที่มียอดขายจาก Social/Live Commerce เป็นสัดส่วนหลัก ตลาดก็มีโอกาสที่จะประเมินมูลค่าหุ้นใหม่ในระดับที่สูงขึ้น

* ข้อได้เปรียบสูงสุดของ MC ในสมรภูมินี้คือ "หน้าตักทางการเงิน" บริษัทที่ไม่มีหนี้เงินกับสถาบันการเงินที่มีภาระดอกเบี้ยเลย (0 ล้านบาท) ทำให้บริษัทปลอดภัยจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินสดในมือสูงถึง 2,100 ล้านบาท และที่ผ่านมามีนโยบายจ่ายเงินปันผลสูงถึง 100% ของกำไรสุทธิ ทำให้นักลงทุนมีหลักประกันเป็นเงินปันผลที่สม่ำเสมอ ในระหว่างที่รอให้กลยุทธ์เติบโตใหม่นี้ผลิดอกออกผล

* แม้โอกาสจะหอมหวาน แต่นักลงทุนต้องไม่ลืมความท้าทายใน Creator Economy แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมักมีการเปลี่ยนแปลง Algorithm บ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดการเข้าถึงแบบออร์แกนิก นอกจากนี้ การแข่งขันที่ดุเดือดอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องติดตามตัวเลข "สัดส่วนยอดขายออนไลน์" และ "ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A)" ในงบการเงินรายไตรมาสอย่างใกล้ชิด

* อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในไตรมาสล่าสุดแม้จะปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 19.7% เนื่องจากบริษัทมีการอัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขายในสภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า แต่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ยังคงอยู่ในระดับที่สูงถึง 20.4% โครงสร้างงบการเงินที่ "เงินสดล้น-ไร้หนี้" เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีเกราะป้องกันความเสี่ยงที่หนาแน่น และมีสายป่านที่ยาวพอที่จะต่อสู้ในเกมระยะยาวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในยุค E-Commerce รูปแบบใหม่ได้อย่างมั่นคง

การเดินหมากของ MC Group ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การตั้งกล้องไลฟ์สดขายของทั่วไป แต่คือการอ่านเทรนด์ขาดว่า "Content" และ "Commerce" ได้หลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกันแล้ว การกลายร่างตัวเองเป็น "Brand as a Creator" พร้อมอาวุธหนักอย่าง AI และฐานข้อมูลสมาชิก จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขารอดพ้นจากกับดักค้าปลีกยุคเก่า

นี่คือกรณีศึกษา Business Transformation ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งรองรับ หากทำสำเร็จ จากตู้เสื้อผ้าในวันวาน อาจกลายเป็นขุมทรัพย์บนหน้าจอไลฟ์สดในตลาดที่เติบโตอย่างเข้มแข็งเลยทีเดียว

⚠️ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุน ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมทุกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save