
“เรามองหารางวัลเล็กๆ และพร้อมจ่ายแพงให้ตัวเราเสมอ” แล้วแบบนี้โอกาสของการลงทุนอยู่กับธุรกิจประเภทไหนกันนะ ?
เมื่อเศรษฐกิจย่ำแย่ ใครหลายคนมักคิดว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะหยุดจ่ายเงิน เลิกซื้อของแพง ๆ ทว่าเรื่องนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น โลกของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันซับซ้อนกว่าที่เราคิด เพราะตอนนี้พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังมีสองทิศทางที่ดูเหมือนขัดแย้งกัน แต่กลับ ‘เกิดขึ้นพร้อมกัน’
Trade Down และ Trade Up: การแตกขั้วของกระเป๋าเงิน
ข้อมูลจาก Marketing 7.0 อธิบายไว้ว่า ด้านหนึ่ง คนจะ "Trade Down" หรือลดระดับลงในสินค้าทั่วไปที่มองว่าเป็นแค่ของใช้ เลือกยี่ห้อราคาถูกลง ลดปริมาณ หรือตัดออกจากรายการซื้อ ค้าปลีกไทยในส่วน Value Segment และ Mass Market จึงยังพอเดินหน้าได้
แต่อีกด้านหนึ่ง คนจะ "Trade Up" หรือยอมจ่ายแพงขึ้นสำหรับประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึก "คุ้มค่าทางอารมณ์" โดยเฉพาะสินค้าที่ให้ความสุขขนาดเล็กในราคาที่เอื้อมถึง ลิปสติก น้ำหอม ครีมบำรุงผิว ขนมพรีเมียม หรือแม้แต่กาแฟสเปเชียลตี้แก้วละ 150 บาท
กลไกนี้อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์สมอง สมองส่วนลิมบิก (Limbic System) หรือสมองอารมณ์ ยังคงต้องการ "รางวัล" แม้ในยามที่สมองส่วนหน้า (Neocortex) บังคับให้ประหยัดอยู่ตลอดเวลา การซื้อลิปสติกแท่งเดียวราคาไม่กี่ร้อยบาทอาจเป็นการตอบสนองต่อความต้องการทางจิตใจที่ลึกกว่าแค่ "อยากสวย" — มันคือการมอบรางวัลให้ตัวเองในวันที่รู้สึกว่าชีวิตมันยากอยู่
และกระบวนการเบื้องหลังของสมองนี้ กำลังมีบทบาทอย่างมากในยุคที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ เพราะท้ายที่สุดจะมีกลุ่มธุรกิจที่จับเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคนี้ได้ทัน โดยตัวอย่างกลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้ได้แก่
กลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ท่ามกลางการตามหาความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตของผู้คน
1. กลุ่ม Beauty & Wellness
เพราะเป็นธุรกิจที่ให้ประสบการณ์และมีผลต่ออารมณ์ของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
ทั้งในมิติของความสวยความงาม และมิติการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรง ผู้คนยิ่งหันมาดูแลร่างกายตัวเองมากขึ้น
2. กลุ่ม Food & Beverage
เพราะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ใกล้ตัวผู้บริโภคชาวไทย เป็นสินประเภทที่คนไทยมองว่าคือรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หาได้ในทุกวัน เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มอบประสบการณ์ทางรสชาติเหมือนเราอยู่ญี่ปุ่น หรือร้านบุฟเฟต์หลังเลิกงานที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หาความสุขเล็ก ๆ ให้ตัวเอง
ตรงนี้อยากให้คุณผู้อ่านลองถามตัวเอง ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ สิ่งที่คุณผู้อ่าน "ยังซื้ออยู่" เพราะรู้สึกว่าให้คุณค่าคืออะไร ? และถ้าคนอื่น ๆ ก็คิดแบบเดียวกัน นั่นหมายความว่าธุรกิจนั้นอาจมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนอยู่ก็ได้
*** หมายเหตุ เนื้อหาทั้งหมดเป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ชี้ชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
