
เจาะ “เทรนด์ Human Touch” ของ Com 7 เสน่ห์หน้าร้านที่ออนไลน์ให้ไม่ได้ คีย์แมนลับยอดขาย 2.3 หมื่นล้านในไตรมาสเดียว
เรียกได้ว่าหักปากกานักวิเคราะห์ไปตาม ๆ กัน เมื่อกระแส AI ที่ส่งผลให้ชิ้นส่วน “เซมิคอนดักเตอร์” (Semiconductor) หลายประเภทขาดแคลน จนทำให้กูรูการลงทุนคาดการณ์ว่า วิกฤตชิปครั้งนี้อาจส่งผลกระทบทางอ้อมและสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกอุปกรณ์ไอที
ทว่า COM7 (บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)) ยักษ์ใหญ่ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ร้านไอทีชื่อดังอย่าง BaNANA และ Studio7 กลับทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย ด้วยการทุบสถิติยอดขายไตรมาสแรกของปี 2026 กวาดรายได้ไปกว่า 23,572 ล้านบาท สวนกระแสไปอย่างสวยงาม
ไปดูกันว่าเทรนด์อะไรที่อยู่เบื้องหลังที่การเติบโตสวนทางวิกฤตชิปโลกของ Com7 และมีโอกาสการลงทุนอะไรที่ซ่อนอยู่ในปรากฏการณ์นี้
เทรนด์ที่ 1 “Human Touch” พลังแห่งการทัชใจลูกค้า
แม้ราคาสินค้าไอทีที่พุ่งสูงขึ้นจะเป็นตัวดันยอดขายให้โต แต่ในมุมของผู้บริโภค "การต้องจ่ายเงินแพงขึ้น" ย่อมสร้างความลังเลและทำให้ต้องการสัมผัสมากกว่าแค่การดูรูปผ่านหน้าจอ ทำให้เกิดเทรนด์ “Human Touch” หรือการได้สัมผัสสินค้าและบริการจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
ซึ่งนี่คือจุดเด่นที่ COM7 ทำได้ดีผ่านร้านค้าอย่าง Studio7, BaNANA และแบรนด์อื่นในเครือกว่า 1,400 สาขา บนทำเลทองของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ยกระดับการช้อปปิ้งให้กลายเป็นการเชื่อมโยงแบบมนุษย์สู่มนุษย์ (Human Connection) เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อฮาร์ดแวร์ธรรมดาให้กลายเป็นการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม ผ่านการจัดวาง Display ที่ทันสมัย และมีสินค้าให้ลูกค้าได้ลองใช้งานจริง
เทรนด์ที่ 2 “Affordable Luxury” ความหรูหราที่เอื้อมถึง
สอดคล้องกับ เทรนด์ความหรูหราที่เอื้อมถึง (Affordable Luxury) จากการที่ผู้บริโภคยุคใหม่ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นราว 20-30% ให้กับแบรนด์ที่พวกเขารู้สึกว่ามอบเรื่องราวและคุณค่าทางอารมณ์ได้คุ้มค่าเงินที่สุด
ทำให้การมีพนักงานหน้าร้านที่พร้อมต้อนรับ คอยให้ข้อมูลอย่างเป็นกันเอง รวมถึงบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาปรึกษา อัปเดตซอฟต์แวร์ หรือเคลมสินค้าได้ตลอดเวลา ประสบการณ์ที่จับต้องได้สร้าง "ความไว้ใจ" (Trust) ที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซออนไลน์ไม่มีทางเลียนแบบได้ (Unfair Advantage) เหนี่ยวรั้งให้ลูกค้ายอมอยู่ในระบบนิเวศของ COM7 อย่างเหนียวแน่น และพร้อมที่จะกลับมาซื้อซ้ำทันทีเมื่อถึงรอบการอัปเกรดเครื่องใหม่ในอนาคต
เทรนด์ที่ 3 “Mobility Ecosystem” ยานยนต์สุดล้ำกับพลังงานสีเขียว
นอกจากนี้ COM7 ยังเดินหน้าเกาะกระแสโลกอย่างเทรนด์ยานยนต์อัจฉริยะและพลังงานสะอาด ผ่านธุรกิจคมนาคมที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตา สะท้อนจากยอดขายสะสมของรถยนต์ไฟฟ้า GAC AION ที่สูงถึง 3,665 คัน (พร้อมตั้งเป้าเติบโตอีก 20% ในปี 2569)
ควบคู่ไปกับการขยายตัวของ "EV7" ธุรกิจให้เช่าแท็กซี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันส่งมอบรถไปแล้ว 1,673 คัน และมีเป้าหมายส่งมอบเพิ่มอีก 3,600 คันภายในปีนี้ ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทยังเตรียมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้วยการเปิดโครงการ “Taxi HUB & Charging Station” โดยร่วมมือกับ EA Anywhere เพื่อเปิดสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าครบวงจรเพิ่มอีก 6 สาขา พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านแผนการทำเงินจากคาร์บอนเครดิต
ปัจจัยเกื้อหนุน
นอกจากการจับเทรนด์ Human Touch, Affordable Luxury, ยานยนต์อัจฉริยะและพลังงานสะอาดแล้ว ความโดดเด่นของ COM7 ยังถูกขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์และปัจจัยบวกต่างๆ เช่น
UFUND & iCare
กลยุทธ์แก้ Pain Point ให้กลุ่มนักศึกษาและผู้ไม่มีบัตรเครดิตด้วยสินเชื่อ UFUND ปล่อยกู้ใหม่ทุบสถิติ 5,647 ล้านบาท ดันรายได้ดอกเบี้ยพุ่ง 111% (872 ล้านบาท) และกำไรสุทธิโต 80% (485 ล้านบาท) ที่สำคัญคือคุมหนี้เสีย (NPL) ได้ต่ำกว่า 1% พร้อมรุกตลาด Android และตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ปี 2569 โตไม่ต่ำกว่า 50%
นอกจากนี้ Com7 ยังประสบความสำเร็จกับ iCare Insurance ธุรกิจประกันสมาร์ตโฟนที่ต่อยอดขยายวงไปจับตลาดประกันสุขภาพและรถยนต์ ซึ่งในปี 2025 ที่ผ่านมา กวาดรายได้ไปถึง 711 ล้านบาท (โต 84%) กำไรสุทธิ 127% แตะระดับ 141 ล้านบาท
ราคาและสต็อกสินค้า
เมื่อ Apple ปรับราคาขึ้น COM7 ก็ขยับราคาหน้าร้านตามทันที ต้นทุนที่แพงขึ้นจึงกลายเป็นตัวเร่งจิตวิทยาให้ผู้บริโภคเร่งตัดสินใจซื้อสินค้าหลัก (เช่น iPhone) ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ เพราะกลัวราคาจะปรับขึ้นอีก แถมในระยะสั้น บริษัทยังฟัน "กำไรพิเศษ" ก้อนโตจากการปล่อยสต็อกสินค้าเดิมที่มีต้นทุนต่ำในราคาใหม่อีกด้วย
Cross-industry Synergy
ความแกร่งรอบด้านนี้ไปเข้าตา บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ยักษ์ใหญ่สื่อนอกบ้าน จนยอมทุ่มเงินกว่า 7.2 พันล้านบาท เข้าซื้อหุ้นเพื่อผูก Ecosystem ร่วมกัน ปลุกความเชื่อมั่นนักลงทุนดันราคาหุ้น COM7 จากต้นปีที่ราคา 19.30 บาท ขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 28.75 บาท (ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2026) ทะยานขึ้นถึง 48.9% เลยทีเดียว
สรุป
ในการค้นหาโอกาสการลงทุนยุคนี้ หัวใจสำคัญไม่ใช่การมองแค่ตัวเลขยอดขายรายวัน แต่คือการมองหาธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้กลายมาเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน โดยนักลงทุนสามารถใช้บทเรียนจากโครงสร้างความสำเร็จของ COM7 มาแกะรอยหาหุ้นเติบโตตัวต่อไปได้ผ่าน 3 แกนหลักดังนี้
หน้าร้านอัจฉริยะ (Smart Physical Retail)
มองหาธุรกิจที่ใช้พื้นที่หน้าร้านเปลี่ยนการช้อปปิ้งธรรมดาให้กลายเป็น "คุณค่าทางอารมณ์" (Premium Experience) ผ่านการบริการแบบ Human Touch ที่สร้างความไว้ใจ (Trust) จนแพลตฟอร์มออนไลน์เลียนแบบได้ยาก เช่น คลินิกความงามระดับบน สปาพรีเมียม หรือร้านกาแฟเฉพาะทาง (Specialty) ที่ลูกค้ายินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 20-30% เพื่อแลกความพึงพอใจ
เครื่องมือสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Financial Ecosystem)
เลือกธุรกิจที่มีระบบสินเชื่อหลังบ้านของตัวเอง (เช่น โมเดล UFUND) หรือบริการหลังการขายที่เหนียวแน่น เพื่อให้ลูกค้าอยู่ในระบบนิเวศ (Ecosystem) วิธีนี้จะช่วยเปลี่ยนจากรายได้ที่มาเป็นครั้งคราว ให้กลายเป็นรายได้ประจำ (Recurring Income)
การผนึกกำลังข้ามขั้ว (Cross-industry Synergy)
มองหาบริษัทที่มีศักยภาพในการจับมือกับพาร์ตเนอร์ต่างเซกเตอร์ (เช่น ค้าปลีกไอที + สื่อนอกบ้าน หรือ ยานยนต์ + สถานีชาร์จพลังงาน) การผนึกกำลังลักษณะนี้จะช่วยลบข้อจำกัดเดิมของธุรกิจหลัก และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนจนนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าบริษัทในที่สุด
*** หมายเหตุ: เนื้อหาทั้งหมดเป็นการนำเสนอข้อมูลและกรณีศึกษาเชิงเทรนด์เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง นักลงทุนทุกท่านควรศึกษาข้อมูลและปัจจัยเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
