มหาเศรษฐีที่รวยอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังต้องเริ่มสอน "เรื่องการเงิน" ให้ลูกตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อกำจัดความเสี่ยงไม่ให้เขาพึ่งพามรดก ที่จะได้รับในอนาคตมากจนเกินไป
งานวิจัยจาก CFPB ของสหรัฐฯ พบว่าช่วงวัย 6-12 ปี คือช่วงเวลาสำคัญที่เด็กสร้างพื้นฐานพฤติกรรม และนิสัยด้านการเงินที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ตอนเข้ามหาวิทยาลัย หรือตอนเริ่มทำงานอย่างที่หลายคนเข้าใจ
แม้แต่ Warren Buffett มหาเศรษฐีระดับโลก ที่หลายคนอาจคิดว่า คงไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องเล็ก ๆ อย่างการสอนลูกเกี่ยวกับ “การเงิน” แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
ในปี 2011 เขาได้มีส่วนร่วมในซีรีส์แอนิเมชันชื่อ “Secret Millionaires Club” ในฐานะที่ปรึกษาและผู้ถ่ายทอดแนวคิดด้านการเงิน รวมถึงให้เสียงเป็นตัวละครของตัวเองในบางตอน เพื่อสอนเรื่อง “การเงิน” ให้กับเด็ก ๆ ทั่วประเทศโดยเฉพาะ
และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ให้คำแนะนำกับพ่อแม่หลายครั้งผ่านสื่ออย่าง CNBC ว่าจะ "สอนลูกเรื่องการเงิน" ให้ได้ผลจริงต้องทำยังไง? มีอยู่ 5 ข้อด้วยกัน
1. เรียนรู้เรื่องเงิน ตั้งแต่อายุยังน้อย มันไม่เร็วเกินไป
เขาเคยบอกว่าหลายครอบครัว รอจนลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว ค่อยเริ่มพูดคุยเรื่องการจัดการเงิน ทั้งที่จริง ๆ แล้วเด็กสามารถเริ่มเรียนรู้ได้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยอนุบาล
เรื่องนี้สะท้อนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่มักพลาดกันบ่อย ๆ คือการรอให้ "พร้อม" ก่อนเริ่มทำอะไรสักอย่าง เพราะในความเป็นจริง ทักษะทุกอย่างในชีวิต ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งรอนานเท่าไหร่ ยิ่งเสียโอกาสในการฝึกฝนมากเท่านั้น
2. สอนให้เห็นคุณค่าของ "เงิน" ถึงมันจะมีจำนวนน้อยก็ตาม
ในรายการ Secret Millionaires Club บัฟเฟตต์เคยอธิบายเรื่องดอกเบี้ยทบต้นให้เด็ก ๆ ฟังง่าย ๆ ว่า แทนที่จะเอาเงินไปซื้อน้ำอัดลม ให้เอามาเก็บออมไว้ในบัญชีออมทรัพย์แทน เพราะเงินก้อนนั้นจะค่อย ๆ งอกเงยขึ้นจากดอกเบี้ย
จุดที่น่าสนใจคือ การที่บัฟเฟตต์เลือกสอนแนวคิดนี้ผ่าน "จำนวนเงินน้อย" แทนจำนวนเงินมาก เพราะเด็กจะรู้สึกว่าการออมเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่ต้องรอให้มีรายได้เยอะ ๆ ก่อนถึงจะเริ่มได้
ผู้ใหญ่หลายคนติดกับดักความคิดแบบเดียวกันนี้ คือรอให้มีเงินก้อนใหญ่ก่อน ถึงจะเริ่มออมหรือเริ่มลงทุน ทั้งที่ความจริงแล้วนิสัยการออมต่างหาก ที่สำคัญกว่าจำนวนเงินตั้งต้น
3. เป็นแบบอย่างที่ดี "ทำให้เห็น" มากกว่า "พูดให้ฟัง"
บัฟเฟตต์เคยเล่าว่า พ่อของเขาคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเป็นฮีโร่ของเขามาตั้งแต่อายุ 6 ขวบจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เขาเรียนรู้จากพ่อมากที่สุดไม่ใช่สูตรการลงทุน แต่คือการสร้างนิสัยที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย นั้นคือ "การออม" เรียบง่าย แต่กลับเป็นรากฐานสำคัญที่สุด ของความสำเร็จในระยะยาว
เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า เด็กไม่ได้เรียนรู้เรื่องเงินจากสิ่งที่พ่อแม่ "พูด" มากเท่ากับสิ่งที่พ่อแม่ "ทำ" ให้เห็นทุกวัน ถ้าพ่อแม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่มีวินัยทางการเงิน แต่สอนลูกให้ประหยัด เด็กก็จะซึมซับพฤติกรรมที่เห็นมากกว่าคำพูดอยู่ดี
4. สอนให้แยกแยะระหว่าง "ความอยาก" และ "ความจำเป็น"
บัฟเฟตต์เคยแนะนำผ่าน CNBC ว่าให้ลูกเขียนรายการของ 5-10 อย่างที่อยากได้ แล้วมานั่งพิจารณาทีละชิ้นว่าอันไหนคือสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ อันไหนเป็นแค่ความอยากได้ พร้อมอธิบายเหตุผลให้ฟังไปด้วย
มันคือการฝึกทักษะการตัดสินใจ ที่ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยก็ยังทำไม่เป็น เพราะปัญหาทางการเงินของคนจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการมีรายได้น้อยเกินไป แต่เกิดจากการแยกไม่ออกระหว่างสิ่งที่ "ต้องมี" กับสิ่งที่ "อยากมี"
5. จุดประกายจิตวิญญาณ ความเป็นผู้ประกอบการ ตั้งแต่เด็ก
บัฟเฟตต์เริ่มหาเงินก้อนแรกในชีวิตตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ด้วยการขายหมากฝรั่งแถวบ้าน เมื่อเห็นว่ามีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น เขาก็เริ่มซื้อโค้กแบบแพ็ก 6 กระป๋องในราคา 25 เซนต์ต่อแพ็ก แล้วนำมาแบ่งขายปลีกทีละกระป๋องในราคา 5 เซนต์
ซัพพอร์ตให้พวกเขาเห็นโอกาส ในการสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ต่อให้เป็นแค่การขายน้ำมะนาวหน้าบ้าน ก็สามารถสอนบทเรียนสำคัญเรื่องการแก้ปัญหา การตั้งเป้าหมาย และทักษะการขายได้ เพราะ "วันที่พร้อม" มักไม่เคยมาถึงจริง
บทเรียน "เรื่องการเงิน" ที่ดีที่สุดที่พ่อแม่ให้ลูกได้ อาจไม่ใช่ตำราการลงทุนเล่มไหน แต่คือนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำให้เห็นทุกวัน
เพราะสุดท้ายแล้ว เงินก้อนแรกที่ลูกออมได้ อาจไม่สำคัญเท่ากับนิสัย ที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

