มหาเศรษฐีระดับโลก “สอนลูก” ยังไงให้ “มีเงินใช้” ไม่ขาดมือ ไม่พึ่งพามรดก

มหาเศรษฐีระดับโลก “สอนลูก” ยังไงให้ “มีเงินใช้” ไม่ขาดมือ ไม่พึ่งพามรดก

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

26 August 2026

มหาเศรษฐีที่รวยอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ยังต้องเริ่มสอน "เรื่องการเงิน" ให้ลูกตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อกำจัดความเสี่ยงไม่ให้เขาพึ่งพามรดก ที่จะได้รับในอนาคตมากจนเกินไป

งานวิจัยจาก CFPB ของสหรัฐฯ พบว่าช่วงวัย 6-12 ปี คือช่วงเวลาสำคัญที่เด็กสร้างพื้นฐานพฤติกรรม และนิสัยด้านการเงินที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ตอนเข้ามหาวิทยาลัย หรือตอนเริ่มทำงานอย่างที่หลายคนเข้าใจ

แม้แต่ Warren Buffett มหาเศรษฐีระดับโลก ที่หลายคนอาจคิดว่า คงไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องเล็ก ๆ อย่างการสอนลูกเกี่ยวกับ “การเงิน” แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม

ในปี 2011 เขาได้มีส่วนร่วมในซีรีส์แอนิเมชันชื่อ “Secret Millionaires Club” ในฐานะที่ปรึกษาและผู้ถ่ายทอดแนวคิดด้านการเงิน รวมถึงให้เสียงเป็นตัวละครของตัวเองในบางตอน เพื่อสอนเรื่อง “การเงิน” ให้กับเด็ก ๆ ทั่วประเทศโดยเฉพาะ

และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ให้คำแนะนำกับพ่อแม่หลายครั้งผ่านสื่ออย่าง CNBC ว่าจะ "สอนลูกเรื่องการเงิน" ให้ได้ผลจริงต้องทำยังไง? มีอยู่ 5 ข้อด้วยกัน

1. เรียนรู้เรื่องเงิน ตั้งแต่อายุยังน้อย มันไม่เร็วเกินไป

เขาเคยบอกว่าหลายครอบครัว รอจนลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว ค่อยเริ่มพูดคุยเรื่องการจัดการเงิน ทั้งที่จริง ๆ แล้วเด็กสามารถเริ่มเรียนรู้ได้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยอนุบาล

เรื่องนี้สะท้อนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่มักพลาดกันบ่อย ๆ คือการรอให้ "พร้อม" ก่อนเริ่มทำอะไรสักอย่าง เพราะในความเป็นจริง ทักษะทุกอย่างในชีวิต ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งรอนานเท่าไหร่ ยิ่งเสียโอกาสในการฝึกฝนมากเท่านั้น

2. สอนให้เห็นคุณค่าของ "เงิน" ถึงมันจะมีจำนวนน้อยก็ตาม

ในรายการ Secret Millionaires Club บัฟเฟตต์เคยอธิบายเรื่องดอกเบี้ยทบต้นให้เด็ก ๆ ฟังง่าย ๆ ว่า แทนที่จะเอาเงินไปซื้อน้ำอัดลม ให้เอามาเก็บออมไว้ในบัญชีออมทรัพย์แทน เพราะเงินก้อนนั้นจะค่อย ๆ งอกเงยขึ้นจากดอกเบี้ย

จุดที่น่าสนใจคือ การที่บัฟเฟตต์เลือกสอนแนวคิดนี้ผ่าน "จำนวนเงินน้อย" แทนจำนวนเงินมาก เพราะเด็กจะรู้สึกว่าการออมเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่ต้องรอให้มีรายได้เยอะ ๆ ก่อนถึงจะเริ่มได้

ผู้ใหญ่หลายคนติดกับดักความคิดแบบเดียวกันนี้ คือรอให้มีเงินก้อนใหญ่ก่อน ถึงจะเริ่มออมหรือเริ่มลงทุน ทั้งที่ความจริงแล้วนิสัยการออมต่างหาก ที่สำคัญกว่าจำนวนเงินตั้งต้น

3. เป็นแบบอย่างที่ดี "ทำให้เห็น" มากกว่า "พูดให้ฟัง"

บัฟเฟตต์เคยเล่าว่า พ่อของเขาคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และเป็นฮีโร่ของเขามาตั้งแต่อายุ 6 ขวบจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เขาเรียนรู้จากพ่อมากที่สุดไม่ใช่สูตรการลงทุน แต่คือการสร้างนิสัยที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย นั้นคือ "การออม" เรียบง่าย แต่กลับเป็นรากฐานสำคัญที่สุด ของความสำเร็จในระยะยาว

เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า เด็กไม่ได้เรียนรู้เรื่องเงินจากสิ่งที่พ่อแม่ "พูด" มากเท่ากับสิ่งที่พ่อแม่ "ทำ" ให้เห็นทุกวัน ถ้าพ่อแม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่มีวินัยทางการเงิน แต่สอนลูกให้ประหยัด เด็กก็จะซึมซับพฤติกรรมที่เห็นมากกว่าคำพูดอยู่ดี

4. สอนให้แยกแยะระหว่าง "ความอยาก" และ "ความจำเป็น"

บัฟเฟตต์เคยแนะนำผ่าน CNBC ว่าให้ลูกเขียนรายการของ 5-10 อย่างที่อยากได้ แล้วมานั่งพิจารณาทีละชิ้นว่าอันไหนคือสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ อันไหนเป็นแค่ความอยากได้ พร้อมอธิบายเหตุผลให้ฟังไปด้วย

มันคือการฝึกทักษะการตัดสินใจ ที่ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยก็ยังทำไม่เป็น เพราะปัญหาทางการเงินของคนจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการมีรายได้น้อยเกินไป แต่เกิดจากการแยกไม่ออกระหว่างสิ่งที่ "ต้องมี" กับสิ่งที่ "อยากมี"

5. จุดประกายจิตวิญญาณ ความเป็นผู้ประกอบการ ตั้งแต่เด็ก

บัฟเฟตต์เริ่มหาเงินก้อนแรกในชีวิตตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ด้วยการขายหมากฝรั่งแถวบ้าน เมื่อเห็นว่ามีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น เขาก็เริ่มซื้อโค้กแบบแพ็ก 6 กระป๋องในราคา 25 เซนต์ต่อแพ็ก แล้วนำมาแบ่งขายปลีกทีละกระป๋องในราคา 5 เซนต์

ซัพพอร์ตให้พวกเขาเห็นโอกาส ในการสร้างรายได้ด้วยตัวเอง ต่อให้เป็นแค่การขายน้ำมะนาวหน้าบ้าน ก็สามารถสอนบทเรียนสำคัญเรื่องการแก้ปัญหา การตั้งเป้าหมาย และทักษะการขายได้ เพราะ "วันที่พร้อม" มักไม่เคยมาถึงจริง

บทเรียน "เรื่องการเงิน" ที่ดีที่สุดที่พ่อแม่ให้ลูกได้ อาจไม่ใช่ตำราการลงทุนเล่มไหน แต่คือนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำให้เห็นทุกวัน

เพราะสุดท้ายแล้ว เงินก้อนแรกที่ลูกออมได้ อาจไม่สำคัญเท่ากับนิสัย ที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save