
น้ำมันยังสำคัญ แต่เทรนด์ Anti-Oil กำลังมา การเปลี่ยนผ่านที่ไม่ได้มาจากดีมานด์อย่างเดียว
ในช่วงเวลาที่ตลาดพลังงานโลกตึงเครียดที่สุดในรอบหลายปีสายตาทั้งโลกกำลังจับจ้องไปที่การเจรจาเพียงหนึ่งเดียว
"อิหร่านจะเปิดช่องแคบ Hormuz ให้กลับมาเดินเรือได้ตามปกติหรือไม่?"
สิ่งที่ทำให้ช่องแคบแห่งนี้มีน้ำหนักมากขนาดนั้น? คำตอบอยู่ที่ตัวเลขเดียว: 20% ของอุปทานน้ำมันโลกทั้งหมดต้องผ่านช่องแคบนี้ทุกวัน และ 80% ของปริมาณนั้นมุ่งหน้าสู่เอเชีย รวมถึงประเทศไทย ในช่วงวิกฤต ราคาน้ำมัน Physical พุ่งสูงใกล้ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนที่ตลาดจะพลิกในชั่วข้ามคืนหลังข่าวระงับโจมตี
กลยุทธ์ "Anti-Oil" ที่ต้องรีบจับตา
"Anti-Oil" ในบริบทนี้ หมายถึงกลุ่มหุ้นหรือธุรกิจที่ได้อานิสงส์เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หรือเมื่อแรงกดดันจากราคาน้ำมันสูงเริ่มคลี่คลาย ถือเป็นธีมการลงทุนที่ Pi Research แนะนำให้กลับมาให้น้ำหนักในรายงานเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมาหลังมีคำสั่งระงับการโจมตีชั่วคราวในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเมื่อ WTI ปรับลงแรง -15% ในเช้าเดียว
Pi Research แนะนำเชิงกลยุทธ์ให้กลับมาเน้นกลุ่ม Anti-Oil ประกอบด้วย
- กลุ่มสายการบิน รับประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง (AAV, BA)
- กลุ่มโรงไฟฟ้า มาร์จิ้นขยายตัวจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ถูกลง (BGRIM, GULF, GPSC)
- กลุ่ม Tech & Electronics ได้อานิสงส์จาก Sentiment ตลาดโลก (DELTA)
- กลุ่มค้าปลีก กำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเมื่อภาระค่าน้ำมันลดลง (CPALL, CPN)
- กลุ่มท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางและลดต้นทุนดำเนินงาน (AOT, MINT)
นอกเหนือจากแรงหนุนราคาน้ำมันโลกแล้ว ยังมีปัจจัยในประเทศที่เสริมทิศทางเดียวกัน นั่นคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประกาศลดราคาดีเซล B7 และ B20 ณ หน้าโรงกลั่น 2 บาทต่อลิตร โดยเปลี่ยนกลไกจากการใช้กองทุนน้ำมันชดเชย (ซึ่งปัจจุบันติดลบแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท) มาเป็นการกำหนดตัวลด (Discount) ที่หน้าโรงกลั่นโดยตรง นโยบายนี้ช่วยลดต้นทุนให้ภาคขนส่ง และเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มหุ้นเดียวกันในทิศทางเดียวกัน
TOP PICK จาก Pi Research
BA — ราคาเป้าหมาย 18.30 บาท
Bangkok Airways ให้ข้อมูลว่าผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ณ ปัจจุบันยังเห็นไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่เป็นการเลื่อนตั๋วเครื่องบินมากกว่าการยกเลิก เมื่อราคาน้ำมันปรับลง ต้นทุนหลักของสายการบินจะฟื้นตัวเร็วกว่าที่ตลาดคาด
MINT — ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท
คาดปี 2569 ผลประกอบการเติบโตจากแผนเปิดโรงแรมใหม่ใกล้เคียง 50 แห่ง โดยเน้นการขยายธุรกิจรูปแบบ Assets-light เป็นหลัก สอดรับกับกระแสการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวเมื่อต้นทุนพลังงานลดลง
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่า การระงับโจมตีครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราว 2 สัปดาห์ หากการเจรจาล้มเหลว ราคาน้ำมันอาจกลับมาพุ่งได้ฉับพลัน และแรงหนุนทั้งหมดที่กล่าวถึงก็อาจกลายเป็นแรงกดดันแทน
ม้ามืด Motor Show 2026: KGEN ล้มยักษ์ BYD
ขณะที่โลกถกเรื่องน้ำมัน มีสัญญาณเชิงโครงสร้างสำคัญซ่อนอยู่ใน Bangkok International Motor Show 2026 ที่เพิ่งปิดฉากไป เพราะผู้ชนะที่น่าตกใจที่สุดไม่ใช่แบรนด์ที่ใครคาด KGEN คว้ายอดจอง EV สูงสุด 23,200 คัน ขึ้นแท่นอันดับ 1 แซง BYD ได้เป็นครั้งแรก (ตัวเลขนี้มาจากการรวมแบรนด์ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่จากจีน ที่ KGEN ร่วมธุรกิจ)
สิ่งที่ทำให้ KGEN น่าจับตาไม่ใช่แค่ยอดจอง แต่คือ Roadmap ที่ชัดเจน: โรงงานในไทยเปิดอย่างเป็นทางการ 20 เมษายนนี้ กำลังการผลิตเริ่มต้น 15,000 คันต่อปี พร้อมแผนขยายสู่ 50,000 คันในระยะยาว และยังมียอดจองรถตู้ไฟฟ้า FARIZON อีกกว่า 600 คัน ส่งสัญญาณชัดว่าการแข่งขัน EV กำลังรุกเข้าสู่ตลาด Commercial ซึ่งใหญ่กว่ารถนั่งส่วนบุคคลมาก
นี่หมายความว่ายิ่งราคาน้ำมันผันผวนรุนแรงเท่าไหร่ ยิ่งเร่งให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจหันมา EV เร็วขึ้น วิกฤตพลังงานครั้งนี้จึงเป็นทั้งภัยสำหรับกลุ่มน้ำมัน และตัวเร่งที่ทรงพลังสำหรับอุตสาหกรรม EV ในระยะยาว
เศรษฐกิจไทย: เงินเฟ้อติดลบ + อัดฉีดสภาพคล่อง = สัญญาณพลิกฟื้น
ในเดือนมีนาคม 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ -0.08% ต่อปี ซึ่งฟังดูน่ากังวล แต่ต้องอ่านให้ถูกบริบท กระทรวงพาณิชย์อธิบายว่าสาเหตุที่เงินเฟ้อขยับขึ้นไม่มากเป็นเพราะช่วง 2 สัปดาห์แรกรัฐบาลได้ควบคุมราคาน้ำมันไว้ โดยประเมินว่าทุก 1 บาทของดีเซลจะมีผลต่อเงินเฟ้อ 0.075% หากน้ำมันโลกปรับฐานลง ความกังวลนี้จะคลี่คลาย และกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ปรับเป้าเงินเฟ้อใหม่สำหรับปี 2569 จาก 0.0-1.0% เป็น 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) สะท้อนความคาดหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
ขณะที่มาตรการ Top-up บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท (รวมเป็น 400 บาทต่อเดือน) สำหรับผู้ถือบัตร 13.4 ล้านคน เริ่ม 13 เมษายนนี้ ใช้งบ 1,300 ล้านบาท พร้อมมาตรการช่วยภาคขนส่งรถบรรทุกอีก 1,600 ล้านบาท จะเป็นแรงกระตุ้นกำลังซื้อจากฐานล่างที่มาในจังหวะเหมาะเจาะ
บทสรุป
ในโลกการลงทุนที่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์พลิกผันได้เพียงชั่วข้ามคืน ตลาดหุ้นกำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านจากความกังวลเรื่องสงคราม เข้าสู่ช่วงเวลาของต้นทุนพลังงานที่ถูกลงและการอัดฉีดสภาพคล่องจากภาครัฐ Pi Research ประเมิน SET INDEX มีโอกาสขยับขึ้นในกรอบ 1,460–1,500 จุด จากปัจจัยหนุนการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
Tagged in
บทความที่เกี่ยวข้อง

AI และ Data Center มาแน่ แต่ทำไมกองทุนที่ ‘แคธี วูด’ ลงทุ...
ท่ามกลางข้อถกเถียงต่อประโยชน์ที่จับต้องได้ของ Data Center ทั้งในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก...

ไม่บริหารเอง แต่ “รวยขึ้น” วิธีจัดการ “ความมั่งคั่ง” แบบต...
หนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดในอเมริกา สินทรัพย์โตขึ้นทุกปี โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมานั่ง...

มีเงินหลายล้าน อย่าแค่ “แยกบัญชี” แต่ต้อง “แยกธนาคาร” ด้ว...
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข้อมูลจากการคาดการณ์ของ LH Bank ที่ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้คนไทยที่มีสินท...

ทำไมเราไม่ควรมอง “ประกัน”เป็น “การลงทุน...
ในการวางแผนการเงินที่ดีต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Wealth Protection (การปกป้องความมั่...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
