ส่องการลงทุนธีม “ป้องกันประเทศ” หรือ Defense stocks ในยุคภูมิรัฐศาสตร์เดือด และโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

ส่องการลงทุนธีม “ป้องกันประเทศ” หรือ Defense stocks ในยุคภูมิรัฐศาสตร์เดือด และโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

02 March 2026

เมื่อโลกเปลี่ยนไป นักลงทุนต้องปรับตัว สงครามและความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะล้วนนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อโลกไม่สงบสุขเหมือนเก่า คำถามสำคัญที่ตามมาในโลกของการลงทุนก็คือ "เราจะลงทุนอย่างไรให้อยู่รอดได้ในสภาวะโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งนี้?

คำตอบหนึ่งที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นคือ การลงทุนในธีมความมั่นคงในการป้องกันประเทศ หรือ "กลุ่ม Defense"

ย้อนรอยความไม่สงบของโลกที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความขัดแย้งที่ยกระดับสู่การใช้กำลังทางทหารในแทบทุกทวีปทั่วโลก โดย K WEALTH ได้สรุปไทม์ไลน์ความไม่สงบไว้ดังนี้…

  • ปี 2022: สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ปะทุขึ้นและลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน
  • ปี 2023: สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส จากประเด็นความขัดแย้งในฉนวนกาซ่า
  • ปี 2024: ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งมีมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
  • ปี 2025: ประเทศไทยเองก็เผชิญกับความขัดแย้งทางทหารบริเวณชายแดนกับกัมพูชา

ล่าสุดปี 2026 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่โจมตีอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเหตุการณ์ยังดำเนินอยู่ในขณะนี้

เทรนด์นโยบายความมั่นคง และงบกลาโหม

จากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ข้างต้น ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกหันมาใช้นโยบายความมั่นคงเชิงรุก K WEALTH วิเคราะห์ว่า กระแสอนุรักษ์นิยมที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป (เช่น โปแลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส) หรือเอเชีย (เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)

ที่ชัดเจนที่สุดคือประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ โดย Finnomena รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณยกระดับงบประมาณกลาโหมของสหรัฐฯ ในปี 2027 ขึ้นไปสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 47 ล้านล้านบาท) เพื่อสร้าง "กองทัพในฝัน" ที่สามารถรับมือได้กับทุกภัยคุกคาม แนวโน้มนี้ทำให้บริษัทเอกชนที่เป็นผู้รับเหมาและพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหาร ได้รับประโยชน์โดยตรงจากงบกลาโหมที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ธีมการลงทุน Defense ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง

เมื่อพูดถึงหุ้นกลุ่ม Defense หลายคนอาจคิดว่าเป็นการเก็งกำไรจากข่าวสงครามระยะสั้น แต่ในความเป็นจริงโครงสร้างรายได้ของหุ้นกลุ่มนี้ค่อนข้างมีความแข็งแกร่ง

1. รายได้มั่นคงไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์จาก Asset Plus ชี้ว่า จุดเด่นของบริษัทกลุ่ม Defense คือการมีรายได้อิงกับงบประมาณรัฐและ "สัญญาระยะยาวหลายปี" ทำให้รายได้ค่อนข้างนิ่ง ไม่ต้องไปแข่งขันหั่นราคาแบบสินค้าทั่วไป และมีคู่แข่งน้อยราย

2. ป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ต

K WEALTH เสริมว่า หุ้นกลุ่มนี้มักตอบสนองในทิศทางบวกต่อดัชนีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ จึงสามารถใช้กระจายความเสี่ยงให้พอร์ตที่ถือหุ้นโลกหรือหุ้นเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี

3. ครอบคลุมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

อุตสาหกรรม Defense ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การผลิตอาวุธปืนหรือรถถัง แต่ยังรวมไปถึงระบบโดรน, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity), ซอฟต์แวร์ AI วิเคราะห์ข้อมูลทหาร, และระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งเติบโตไปพร้อมกับเทรนด์เทคโนโลยีโลก

ทางเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defense มีอะไรบ้าง?

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเปิดรับโอกาสนี้ สามารถเลือกลงทุนได้ทั้งหุ้นรายตัวและกองทุนรวม

1. หุ้นรายตัว (ต่างประเทศ)

ตัวอย่างเช่น Finnomena ให้ข้อมูลว่า เมื่อมีข่าวเพิ่มงบกลาโหม หุ้นที่ตอบรับเชิงบวกพุ่งแรง ได้แก่ บริษัทในสหรัฐฯ อย่าง Northrop Grumman, Lockheed Martin, RTX และ Kratos Defense หรือหุ้นฝั่งยุโรปและเอเชียอย่าง Leonardo, Renk, Mitsubishi Heavy Industries และ Bharat Electronics

2. กองทุนรวมในไทย

ปัจจุบัน บลจ. ในไทยได้เปิดเสนอขายกองทุนที่โฟกัสธีมนี้หลายกองทุน เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นกำลังเร่งสร้างการเติบโตด้านกลาโหม

ข้อควรระวัง

แม้กลุ่ม Defense จะดูเป็นทางรอด แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องจับตา Finnomena รายงานเตือนว่า นักลงทุนเริ่มจับตา "เงื่อนไข" ของทรัมป์ ที่มาพร้อมกับงบก้อนใหญ่ โดยทรัมป์มีคำสั่งฝ่ายบริหารให้ผู้รับเหมากลาโหมรายใหญ่ "ต้องลดบทบาทการซื้อหุ้นคืน งดจ่ายปันผล และจำกัดค่าตอบแทนผู้บริหาร" จนกว่าบริษัทเหล่านี้จะนำเงินไปลงทุนในโรงงาน งานวิจัย และการพัฒนาอย่างจริงจัง

ซึ่งข้อบังคับนี้อาจกดดันผลตอบแทนระยะสั้นของผู้ถือหุ้นได้ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาวุธขั้นสูงยังมีข้อจำกัดเรื่องห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ทันทีในชั่วข้ามคืน

ท้ายที่สุด Asset Plus หากลงทุนนกองทุนรวม ได้ย้ำว่ากองทุนกลุ่มนี้เป็น Sector Fund ที่มีความเฉพาะเจาะจง ราคาหุ้นอาจผันผวนตาม Sentiment ของตลาดได้แรงกว่าหุ้นโลกทั่วไป นักลงทุนจึงควรใช้ธีม Defense เป็น "ธีมเสริมในพอร์ต" สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว และพิจารณารับความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับเป็นเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save